ที่มาของBlog

ในครั้งแรกนั้น ตั้งใจเพียงแค่จัดทำเพื่อบันทึกเหตุการณ์รายวันหรือรายสะดวก เท่าที่ผู้เขียนจะมีเวลา จากการเฝ้าดูสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในโรงเรียนปัญโญทัย ซึ่งลูกเรียนอยู่และรวมทั้งกิจกรรมต่างๆที่ผู้เขียนได้รับรู้และมีส่วนร่วมโดยตรง   และยังตั้งใจที่จะนำความรู้และข้อมูลต่างๆเท่าที่ได้รับและบันทึกไว้ในโอกาสต่างๆมาจัดเก็บในที่เดียวกัน

ความรู้ต่างๆที่เขียนและรวบรวมไว้ณ.ที่นี้  ผู้เขียนได้รวบรวมมาตั้งแต่คราวที่ลูกคนโต ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนแสนสนุกไตรทักษะ เมื่อประมาณปีการศึกษา 2543  โดยเป็นนักเรียนรุ่นแรกของโรงเรียน  และเรียนอยู่ที่นั่นจนจบชั้นประถม6 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของโรงเรียนในเวลานั้น  ด้วยความที่เป็นโรงเรียนใหม่และใช้การศึกษาวอลดอร์ฟเป็นแนวทางจัดการเรียน  ซึ่งเรียกร้องความร่วมมือจากพ่อแม่เป็นอย่างมาก คุณครูในยุคแรกๆของโรงเรียนได้จัดกลไกให้พ่อแม่เข้าไปมีส่วนช่วยเหลือในกิจกรรมต่างๆของโรงเรียน   รวมทั้งกิจกรรมศึกษาสำหรับพ่อแม่เพื่อให้มีความรู้ในการศึกษาวอลดอร์ฟ  อันจะเป็นประโยชน์ในการนำไปปฏิบัติกิจเพื่อปรับปรุงวิถีชีวิตที่บ้านให้สอดคล้องกับโรงเรียน  รวมทั้งจะได้เข้าใจการจัดการเรียนการสอนของครู  ทั้งนี้ก็ด้วยพ่อแม่เกือบทั้งหมดในตอนนั้น ยังใหม่ต่อการศึกษาวอลดอร์ฟ ทุกคนไม่เข้าใจในการจัดการเรียนการสอนของครูว่าทำไมถึงทำแบบนั้น ทำไมถึงทำแบบนี้  ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะพวกเราต่างก็ผ่านการศึกษาในกระแสหลัก และส่วนใหญ่จะส่งลูกเข้าเรียนที่นี่ด้วยความรู้สึกเพียงแค่ความไม่สบายใจกับการศึกษากระแสหลัก แต่ยังไม่เข้าใจการศึกษาวอลดอร์ฟอย่างเพียงพอในตอนนั้น  ซึ่งกินเวลาหลายปีกว่าที่พวกเราพ่อแม่จะค่อยๆตกผลึกอย่างช้าๆจนยอมรับและเห็นด้วยกับการทำงานของครู  จนเรากลายเป็นแนวหน้าในการช่วยส่งเสริมและสนับสนุน พ่อแม่ใหม่คนอื่นๆให้มีความเข้าจมากขึ้นๆเป็นลำดับ

หนังสือมากมายหลายเล่มที่เราได้รับคำแนะนำให้อ่าน การบรรยายจากครูชาวต่างประเทศอีกหลายๆท่าน หลายๆวาระ ที่ผมได้รับโอกาสให้เข้าฟัง การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างพวกเรากันเองและกับคณะครู รวมทั้งพ่อแม่บางคนยังได้รับการเชื้อเชิญให้เข้าช่วยสอนในหลายๆวิชา

จนวันหนึ่งที่พวกเรารู้แน่แล้วว่าเมื่อลูกเราจบชั้น ป.6 ที่เป็นชั้นสูงสุดของโรงเรียนแสนสนุกไตรทักษะแล้ว  พวกเค้าจะต้องเข้าสู่ระบบการศึกษากระแสหลัก  ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราไม่อาจยอมรับได้ และยิ่งเมื่อเราได้ค้นคว้าและเข้าใจการศึกษาวอลดอร์ฟมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เราตัดสินใจได้เลยว่าการศึกษาวอลดอร์ฟคือของขวัญสำคัญที่เรามีหน้าที่ที่จะมอบให้กับลูกของเรา  พวกเราได้ตัดสินใจจัดการเรียนการสอนในระดับชั้นมัธยม กันขึ้นมาเอง ภายใต้กฎกระทรวงการจัดการศึกษาโดยครอบครัว  เราเรียกกลุ่มของพวกเราว่า บ้านเรียนมัธยม

การทำเช่นนั้นยิ่งทำให้พวกเราหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องขวนขวายหาความรู้ให้พร้อม โดยมีเวลาเตรียมการล่วงหน้า 2 ปี แต่ก็ด้วยข้อจำกัดมากมาย ทั้งเรื่องเวลาที่แต่ละคนก็ต้องมีภารกิจกับงานประจำ และแหล่งความรู้ก็มีอยู่น้อยมาก พวกเราได้อาศัย หนังสือที่มีอยู่ที่โรงเรียนแสนสนุกไตรทักษะ และที่สั่งซื้อมาเอง  ค้นหาจากอินเตอร์เน็ต ซักถามจากครูต่างประเทศ ที่เข้ามาที่โรงเรียนแสนสนุกไตรทักษะ  และที่โรงเรียนปัญโญทัย รวมทั้งได้มีโอกาสเข้ามาขอความรู้และคำปรึกษาโดยตรงจาก คุณหมอ พร และคณะครูของปัญโญทัย

ตลอดเวลาเกือบ 2 ปี ที่ได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนให้ลูก และช่วงเวลาก่อนหน้านั้นอีกหลายปี ทำให้พวกพ่อแม่ในกลุ่มได้สะสมเอกสารหนังสือและสมุดจดบันทึกความรู้ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาวอลดอร์ฟไว้มากมาย  แม้นหลายเรื่องเราอาจเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง  จนเมื่อพวกเราตัดสินใจพาลูกของเราเข้ามาเรียนต่อชั้น ม.2 เทอม2 ที่ปัญโญทัย   ผมมองเห็นว่าสิ่งต่างๆที่สะสมไว้นี้น่าจะได้เป็นประโยชน์ กับผู้สนใจท่านอื่นๆ แต่ก็ยังมองไม่เห็นช่องทางที่จะกระจายออกไป

แต่หลังจากเปิดเว็บไซด์แห่งนี้มาตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2551   จนถึงวันนี้ (7 มีนาคม 2552) นับเป็นเวลาร่วม  5 เดือน   ด้วยพลังของโลกอินเตอร์เนต และความมหัศจรรย์ของระบบ Search engine จึงทำให้มีผู้ค้นพบและเปิดเข้ามาดูเว็บไซต์แห่งนี้มากขึ้นๆ  ดังจะเห็นได้จากสถิติการเข้าเยี่ยมชมที่เพิ่มมากขึ้นๆ  จึงกลายเป็นแรงจูงใจให้ผู้เขียนพยายามเข้ามาUpdate บทความใหม่ๆตลอดเวลา   จากเว็บส่วนตัว ก็กลายมาเป็นที่รวมข้อมูลแก่ผู้สนใจในแวดวงการศึกษาแบบวอลดอร์ฟ และแก่สมาชิกในโรงเรียนปัญโญทัยด้วยกันเอง  ซึ่งก็รู้สึกดีใจที่บทความในนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน  ทั้งท่านที่อาจสนใจการศึกษาวอลดอร์ฟ หรือไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย ดังอีเมลล์จากหลายท่านๆที่ส่งเข้ามาและท่านทีรู้จักผู้เขียนและได้พูดคุยกันโดยตรง

ณ.เวลานี้ จึงพอสรุปรวมความถึงวัตถุประสงค์หลักๆของเว็บไซต์ไว้ดังนี้

  • เพื่อบันทึกสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ลูกๆเข้าเรียนที่โรงเรียนปัญโญทัย  ทั้งที่สังเกตเห็น  เรื่องราวจากการบอกเล่าของลูกๆ  และความรู้เกี่ยวกับการศึกษาที่ผู้เขียนได้รับในวาระการประชุมต่างๆ
  • เพื่อรวบรวมบทความที่เกี่ยวกับการศึกษาวอลดอร์ฟและมนุษยปรัชญา ที่ผู้เขียนเก็บสะสมไว้จากแหล่งต่างๆ ทั้งที่ได้รับมาโดยตรงจากเจ้าของหรือผู้แปลบทความนั้นๆ และทั้งที่ได้รับมาโดยไม่ทราบชื่อผู้เขียนหรือผู้แปล
  • ข้อมูลจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่เห็นว่าเกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ กับประเด็นที่กำลังอยู่ในความสนใจของผู้เขียน จึงได้รวบรวมมาและเพื่อเชื่อมโยงให้ผู้อ่านได้ค้นคว้าให้เข้าใจประเด็นต่างๆได้มากขึ้น
  • หลายเรื่องราวที่บันทึกไว้อาจมีส่วนหนึ่งส่วนใดไม่ตรงกับที่ท่านผู้อ่านรู้มาหรือมีข้อผิดพลาด   ผู้เขียนยินดีเป็นอย่างยิ่งถ้าท่านผู้อ่านจะกรุณาให้ข้อแนะนำเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง หรือช่วยแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมในแต่ละPost   เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกัน จักขอบพระคุณอย่างยิ่ง
  • ท่านที่มีบทความข้อเขียนที่ยินดีอยากจะแบ่งปัน  กรุณาส่งอีเมลล์มาโดยตรงที่   wonchaib4u@gmail.com ถ้าส่วนไหนเป็นประโยชน์ต่อท่านอื่นๆด้วย ผู้บันทึกขออนุญาตนำมาเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์ในวงกว้างต่อไป
  • ความผิดพลาดหรือความไม่ถูกต้องใดๆ เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน   โรงเรียนปัญโญทัยไม่มีส่วนต้องรับผิดชอบใดๆ
  • ท่านที่ได้กรุณานำบทความไปเผยแพร่ต่อ กรุณาส่งอีเมลล์แจ้งมาที่ผู้เขียนด้วย เพื่อเป็นกำลังใจต่อผู้เขียน ที่ได้รับรู้ว่าบทความต่างๆได้เป็นประโยชน์ต่อท่านอื่นๆ

ขอบคุณครับ

33 comments

  1. สวัสดีค่ะ
    เราเป็นผู้ปกครองอนุบาลห้องน้าจอย อาจจะเคยเดินผ่านกันแต่ไม่รู้จักกัน ก่อนอื่นคุณพ่อน่ารักมากที่บันทึกเกี่ยวกับร.ร.ของลูก ถ้าลูกมาอ่านตอนโตคงจะรู้สึกดีๆนะ มีเรื่องรบกวนคะ ตอนนี้กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับ temperaments พอดีมา seach เจอ link มาที่ parentschool.wordpress.com/2008/12/28/temperament/…
    แต่เข้าไม่ได้ เป็นเพราะลบออกไป? ช่วยใส่กลับได้มั้ยคะ? ขอบคุณคะ
    ภา

    • ผมได้เอาหลายๆบทความออกไปเนื่องจาก กังวลเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและผู้แปล เนื่องจากหลายๆเรื่อง ผมไม่ทราบที่มาที่ไป ก้ไม่รู้จะไปขออนุญาตใคร แต่ถ้าเรื่องไหนคิดว่าพอจะมั่นใจว่าสามารถนำลงได้ เนื่องจากมีการเผยแพร่อยู่ทั่วไปแล้ว หรือดูแล้วไม่น่าเกิดปัญหา จะค่อยๆทยอยนำกลับมาลงต่อๆไป
      ผมได้นำเรื่อง Temperament กลับมาลงให้แล้วครับ เผอิญตรงกับเรื่อง temperament Chart ที่นำลงล่าสุด เพื่อประโยชน์ในการอ่านประกอบกันครับ

  2. ขอบคุณมากค่ะ ที่คุณพ่อสละเวลามาส่งข่าวสาร และแลกเปลี่ยนสาระ ข่าวสาร และความรู้กัน จะคอยติดตามค่ะ เพราะสนใจจะให้น้องเข้าเรียนที่นี่เหมือนกัน ชั้นอนุบาล

    ยินดีอย่างยิ่งนะคะ ถ้าคุณพ่อจะมีเรื่องราวดีๆ อะไรฝากส่งมาให้ หรือจะเป็นที่อีเมล์ด้วยก็ได้ค่ะ หากมีเรื่องใหม่ๆ ลง ขอบคุณค่ะ

    และขอให้ความตั้งใจดี และความเพียรของคุณพ่อนี้ส่งผลไปถึงทั้งคุณพ่อ คุณลูก ครอบครัว (และรวมทั้งโรงเรียนด้วย) ได้พบกับสิ่งดีๆ กลับมายิ่งๆ ขึ้นไปนะคะ

    พระเจ้าอวยพรให้กับคนทำดีทุกๆ คนอยู่แล้วค่ะ

    • ขอบคุณที่มาแวะอ่านครับ ทีแรกตั้งใจแค่ทำเพื่อบันทึกสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นและที่เคยสะสมไว้ให้เป็นระบบ และอาจเป็นประโยชน์แก่คนอื่นๆได้บ้าง ไม่เคยบอกใครเลยว่ามีBlog นี้เกิดขึ้น แต่ด้วยอานุภาพของ Search Engine ทำให้มีคนมาแวะชมมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้ต้องพยายามUpdate อยู่เรื่อยๆ หากช่วงใดไม่มีอะไรใหม่ๆก็อาจเป็นเพราะงานเยอะ
      ขอบคุณอีกครั้งที่เข้ามาชมครับ

  3. ได้เข้ามาอ่านแล้ว ได้ความรู้ และโดนใจหลายๆเรื่อง กำลังคิดจะย้ายลูกมาเรียน ป4 ที่ รร ปัญโญทัย อ่านบทความต่างๆ แล้ว อยากย้ายลูกมาเร็วๆ และเชื้อว่าคงเจอเพื่อนๆ ผู้ปกครองที่มีแนวความคิดเดียวกัน
    จะแวะมาอีกบ่อยๆนะคะ และหวังว่าคงได้มีโอกาสเจอกันที่ รร เร็วๆนี้

  4. เรียนคุณ สุรินทร

    ดีใจครับที่คุณสุรินทรรู้สึกว่าเนื้อหาใน Blog โดนใจ ต้องขอขอบคุณผู้ที่เขียน ผู้ที่แปล หลายๆท่านที่เป็นผู้สร้างสรรค์บทความต่างเอาไว้ และได้กลายเป็นองค์ความรู้ให้กับทั้งผมและผู้อ่านทุกท่าน
    ผมจะพยายามท่องไปในโลกแห่งความรู้เพื่อรวบรวมและคัดเลือกบทความที่มีประโยชน์ มาบันทึกลงเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ รวมทั้งเฝ้าสังเกตุเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในกระบวนการเรียนรู้ของเด็กๆและพ่อแม่ ทั้งในและนอกโรงเรียน มานำเสนอประกอบไปด้วยครับ

  5. เสียใจจังคะ ทางโรงเรียนพึ่งตอบเมล์มาว่า ลูกชายอายุไม่ได้ตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด คือ จะต้องครบ 9 ขวบเดื่อน กุมภาพันธ์ ลูกชายเกิดเดือน เมษา ค่ะ ถ้ามาเรียนต้องเรียน ป3 ซ้ำ ชั้น และตอนนี้ ป3 ของ รร ก็เต็มแล้ว ป4ยังว่างแต่ไม่สามารถรับลูกได้ เสียดายโอกาสมาก แต่ถ้าต้องมาเรียนซ้ำชั้นคงไม่ไหว (ลูกกะคุณพ่อคงไม่ยอม)
    ยังไงก็ก็ยังจะขอเข้ามาติดตามอ่านผลงานต่อไปนะคะ ไม่ทราบว่ามีโรงเรียนอะไรแนวนี้ที่แนะนะบ้างคะ

    สุรินทร

  6. กำลังจะพาน้องไปเรียนอนุบาลสาม เหรอไม่ก้อปรถมหนึ่งค่ะ ไม่ทราบว่าชว่งไหนดี พอดีน้องเรียนอยู่สาธิตพัฒนา แต่คุณพ่อชอบหลักสูตรนี้มาก ค่ะไม่ทราบว่ามีอะไรแนะนำเพิ่มเติมไมค่ะ

  7. ขออนุญาตนำบทความของคุณพ่อไปบอกต่อนะคะ

    ได้อ่านเรื่องของโรงเรียนปัญโญทัยจากกรุงเทพธุรกิจค่ะ ก็เลยค้นข้อมูลต่อจนมาเจอที่นี่ละค่ะ ได้ข้อมูลที่ดีมากๆ ก็เลยขอนำไปแบ่งปันกับแม่ๆที่รู้จัก บางคนอาจจะไม่สามารถพาลูกไปเรียนที่ปัญโญทัยได้ แต่ก็คิดว่าถ้าได้ทำความเข้าใจ แล้วลอกนำไปปรับใช้ที่บ้านก็น่าจะเป็นประโยชน์นะคะ
    ขอขอบคุณมากค่ะ สำหรับความตั้งใจ และเสียสละเวลามาทำเว็บแบบนี้นะคะ

  8. เรียนคุณ PaaKeng

    ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ ที่จะช่วยนำบทความในเว็บนี้ไปช่วยเผยแพร่ เจตนารมย์ของผมก็ตั้งใจไว้อยู่แล้วที่จะพยายามกระจายความรู้การศึกษาวอลดอรืฟให้เป็นที่แพร่หลายมากขึ้น โดยที่แม้นว่าบางท่านอาจไม่ได้มีลูกเรียนในโรงเรียนปัญโญทัย แต่ก็สามารถนำแนวคิดบางอย่างไปใช้ประโยชน์ ซึ่งคงไม่แต่เพียงประโยชน์สำหรับการดูแลลูกๆของเราเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงวิถีชีวิตของครอบครัวด้วย เนื่องจากการศึกษาวอลดอร์ฟมีพื้นฐานมาจากแนวคิดมนุษยปรัชญา อันเป็นความรู้เกี่ยวกับมนุษย์ ถ้าหากราได้มีความเข้าใจแล้ว ก็จะสามารถนำมาป็นแนวทางแก่การดำเนินชีวิตของเรา มากบ้างน้อยบ้างตามความเชื่อของแต่ละท่าน

  9. สวัสดีค่ะ

    ขอรบกวนเรียนถามความคิดเห็นหน่อยค่ะว่าโรงเรียนอย่างปัญโญทัยจะเหมาะกับเด็กพิเศษมั๊ยคะ คืออยากให้หลานได้เรียนที่นี่ค่ะ เค้าเป็น autistic spectrum ปัจจุบันเรียนอยู่ ป. 4 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง เค้าดูไม่แตกต่างจากเด็กทั่วไปค่ะแต่จะสื่อสารได้ไม่ดีเท่าไหร่และมักจะขี้ลืม ยังรับผิดชอบงานของตัวเองไม่ดีนัก แต่ร่าเริงและไม่สร้างปัญหาที่โรงเรียนค่ะ (อันนี้คุณครูบอกมา) เราไม่ชอบการเรียนแบบโรงเรียนทั่วไปที่ยัดเยียดให้เด็กต้องเรียนรู้ทุกอย่างมากมายเหลือเกินค่ะ โดยเฉพาะวิชาภาษาไทยและสังคม

    รบกวนขอความคิดเห็นหน่อยนะคะ เคยถามคุณหมอที่รักษากันอยู่บอกว่าไม่เหมาะกับเค้าค่ะ …เฮ่อ…

  10. เรียน คุณป้าเต้ย

    คำถามที่ถามมาผมคงไม่สามารถตอบได้เองครับ เท่าที่ผมพอทราบจากพ่อแม่หลายๆท่านที่รู้จักที่มีลูกที่เป็นเด็กพิเศษ และนำลูกมาสมัครเรียนที่ปัญโญทัย โรงเรียนจะรับหรือไม่คงมีเหตุผลหลักๆในเรื่องว่า ปัญหาของเด็กคนๆนั้น ครูที่จะต้องเป็นครูประจำชั้นของเค้าสามารถรับมือได้หรือไม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของเด็กคนนั้น จำนวนเด็กในห้องที่มีอยู่แล้ว กับความสอดรับกันของเด็กใหม่และเด็กเก่าว่าสอดรับกันแค่ไหน ซึ่งเกณฑ์เหล่านี้ก็เป็นเกณฑ์ที่ใช้ในการรับเด็กปกติ ทั่วไปของปัญโญทัยอยู่แล้ว
    แต่ทั้งหมดนี้ผมคิดว่าคงต้องเข้ามาคุยกันกับโรงเรียนในเชิงปรึกษาหารือกันว่าจะทำอย่างไร แม้นว่าจะไม่ได้รับเข้ามาเรียน แต่ก็คงจะได้รับคำแนะนำอะไรกลับไปปฏิบัติไม่มากก็น้อย
    และก็อยากให้ลองอีเมลล์ไปปรึกษา คุณครูอ้วน ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบบทความเกี่ยวกับเด็กพิเศษในเว็บไซต์นี้ เผื่อจะมีข้อแนะนำอื่นๆที่น่าสนใจ ลองติดต่อได้ที่อีเมลล์นี้ครับ abhinpon@hotmail.com

    สุดท้ายนี้ขออวยพรให้เด็กได้มีที่ทีเหมาะสมที่สุดสำหรับเค้านะครับ
    Blueblog

  11. เรียน คุณ Blueblog

    ขอบคุณมากค่ะสำหรับข้อมูลและคำแนะนำ เบื้องต้นได้ติดต่อกับโรงเรียนและได้ข้อมูลมานิดหน่อยแล้วค่ะ (เสียใจจังที่ชั้นเรียนเต็มแต่ก็จะรอต่อไปค่ะ)

    ขอให้คำอวยพรของคุณ Blueblog เป็นจริงในเร็ววันด้วยค่ะ …โอม…เพี้ยง !!!!

  12. กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาวอลดอร์ฟในระดับชั้นประถมอยู่ค่ะ ข้อมูลใน Blog ของคุณมีประโยชน์มาก ๆ ดิฉันเป็นแม่ที่ส่งลูกไปเรียนโรงเรียนวอลดอร์ฟที่จังหวัดขอนแก่น ชื่อ บ้านเรียน ณ ศิลป์ ค่ะ ตอนนี้มีกลุ่มพ่อแม่ที่รวมตัวกัน อยากจัดการศึกษาแบบวอลดอร์ฟให้กับลูก ๆ ในชั้นประถมต่อไป (ตอนนี้มีแค่ชั้นอนุบาลค่ะ)
    ไม่ทราบว่ามีแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับจัดการศึกษาวอลดอร์ฟในระดับชั้นประถมเพิ่มเติมมากกว่าที่มีอยู่ใน Blog นี้อีกมั๊ยคะ รบกวนแนะนำด้วยค่ะ

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ที่มีมาแบ่งปันกันค่ะ ประทับใจมาก

  13. สวัสดีค่ะ คุณblueblog

    พอดีเคยเข้าอบรมวอลดอร์ฟบ้างนิดหน่อย
    และก็บังเอิญให้รู้จักกับคุณพ่อที่มีจิตใจดีๆ คนหนึ่งที่อยากทำโรงเรียนให้ลูกเอง ก็เลยเปิดโรงเรียน หรือบ้านเรียน ณ ศิลป์ขึ้นมา ที่ขอนแก่น และก็ใช้แนวคิดแบบวอลดอร์ฟ นี่แหละค่ะ

    ผ่านไปหลายปี ก็ไม่นึกว่ากิจการที่เค้าเริ่มตั้งใจทำจากศูนย์ จะค่อยๆ ก่อตัวไปด้วยดี
    ก็เลยอยากจะฝากให้ทำลิงค์ เชื่อมไปยังเวบของเขาด้วยค่ะ เผื่อพ่อแม่ที่อยู่ทางขอนแก่นจะสนใจ
    เราจะได้ช่วยกันสร้าง และ เผยแพร่ สิ่งดีๆ และการเรียนรู้ที่ดีๆ ให้ได้เกิดขึ้นกับเด็กๆ ได้มากที่สุดค่ะ

    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็แล้วแต่จะเห็นสมควรนะคะ

    http://webboard.nasilp.com/

    แต่…เอ…คุณ blueblog ไม่สนใจจะทำลิงค์ไปยังเว็บของโรงเรียนที่เปิดเป็นแบบวอลดอร์ฟ ในเมืองไทย ที่เราพอจะรู้จักไว้บ้างหรือคะ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับพ่อๆ แม่เพิ่มขึ้นอีก …..แต่นี่ก็แค่เป็นการแสดงความคิดเห็นนะคะ

    เพราะทั้งนี้ทั้งนั้น และทั้งหมด ก็แล้วแต่คุณ blueblog ทั้งสิ้นค่ะ เพราะเข้าใจว่านี่เป็นเวบส่วนตัวที่คุณ blueblog ตั้งใจทำขึ้นมาเองจริงๆ แต่ก็มีประโยชน์มหาศาลแล้วค่ะ

    ด้วยความนับถือเสมอมาค่ะ ^_^

    • เรียน คุณ chofaj2003@yahoo.com

      ที่จริงได้ทำ Link ไว้ทั้งหมดอยู่แล้วครับ แต่อาจอยู่ในจุดที่เห็นไม่ชัดเจนนัก
      Linkทั้งหมด จะเป็น Link ที่ผมไปพบว่าเว็บไซต์นั้นๆ ได้อ้างอิงข้อมูลจากเว็บ โรงเรียนลูกโรงเรียนพ่อแม่
      ผมเลยนำมารวบรวมไว้
      ไปดูได้ตามนี้ครับ

      https://parentschool.wordpress.com/link2me/

      ลองดูครับ
      แล้วก็ขอชี้แจงเรื่องการทำเว็บนี้ครับ ที่จริงตอนแรกก็ตั้งใจทำเป็นเว็บส่วนตัวครับ แต่ทำไปทำมากลายเป็นมีคนมาดูกันเยอะแยะยอดคนดูจะ 60,000 Views อยู่แล้ว ทั้งที่ก็ไม่ได้บอกใครทั้งสิ้น
      ไปโรงเรียนก็มีคนมาถามว่าผมเป็นคนทำหรือเปล่า แรกๆก็ไม่ยอมรับ แต่ส่วนใหญ่เค้าก็เดากันถูก
      แต่ก็ดีใจที่เป็นประโยชน์กับคนจำนวนมาก จนครูอ้วนที่ทำการศึกษาบำบัดเพื่อเด็กพิเศษ มาให้ช่วยจัดพื้นที่เพื่อรองรับเป็นการเฉพาะ
      ผมเองหลังๆนี่ก็ถือว่าเข้ามาเพิ่มเติมข้อมูลใหม่ๆน้อยมาก เนื่องด้วยธุรกิจก็กำลังขยายตัว แล้วก็เหมือนจะหมดไส้หมดพุง ความรู้และข้อมูลที่สะสมไว้ตอนทำบ้านเรียนก็ได้นำมาใส่ไว้จนแทบไม่มีเหลือแล้ว
      ที่ยังมีอยู่ก็เป็นพวก โน๊ตในสมุดจด ที่จดบันทึกไว้ตอนฟังผู้รู้ทั้งไทยและเทศ มาบรรยายในโอกาสต่างๆ รวมทั้งยังมีข้อมูลดิบที่เป็นภาษาต่างประเทศ ที่ผมเห็นว่าน่าสนใจและตั้งใจจะแปลเอามาลง แต่ก็ยังไม่มีเวลา
      คงต้องตั้งใจแบ่งเวลาอีกสักพัก

      ขอบคุณมากครับที่เว็บเป็นประโยชน์กับคุณแม่ครับ

      BlueBlog

  14. กำลังส่งลูก 2 คนไปเรียนที่ระยองครับ เป็นโรงเรียนเปิดใหม่ ทำใจลำบากนะครับเพราะเป็นระบบใหม่ของระยองและของเราด้วย แต่ก้อคิดว่าลูกต้องได้สิ่งที่ดีแน่ๆครับ

  15. ภาณุ :กำลังส่งลูก 2 คนไปเรียนที่ระยองครับ เป็นโรงเรียนเปิดใหม่ ทำใจลำบากนะครับเพราะเป็นระบบใหม่ของระยองและของเราด้วย แต่ก้อคิดว่าลูกต้องได้สิ่งที่ดีแน่ๆครับ

  16. ได้นำแนวปรัชญามนุษย์มาใช้กับเด็กๆ + แนะนำผู้ปกครองมีประโยชน์มาก

    ระยะหลังนี้มีผู้ปกครองสนใจจะนำลูกเข้าโรงเรียนประจำ/กินนอน ซึ่งครูไม่เห็นด้วย ซึ่งจะทำให้กิจกรรม ความใกล้ชิดของเด็กและพ่อแม่น้อยลง ทางคุณมีข้อคิดอย่างไรค่ะ

  17. ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ทีเป็นความรู้ ที่นำมาลงในเวปนี้ เป็นประโยชน์มากเลยค่ะสำหรับผู้ปกครองอย่างดิฉันที่กำลังสนใจการศึกษาแบบ waldorf ดิฉันก็เป็นผู้ปกครองคนหนึ่งที่เบื่อกับโรงเรียนกระแสหลัก และเห็นว่าโรงเรียนกระแสหลักไม่สามารถตอบโจทย์ให้กับผู้ปกครองอย่างดิฉัน ที่หวังให้ลูกยืนได้อย่างมั่นคง อยู่บนโลกในสังคมปัจจุบันที่ผันแปรไปตามกระแสอย่างรวดเร็ว โดยไม่ตามกระแสเหล่านั้น รวมทั้งความมั่นคงทางอารมณ์ และมีจิตสำนึกในจริยธรรม และศีลธรรมอันดี ถึงจะยังไม่ได้เป็นผู้ปกครองใน โรงเรียนปัญโญทัย แต่ก็หวังอยู่ลึกๆ ว่าสักวันอาจมีโอกาสได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในสังคมคุณภาพแห่งนี้คะ

    • ยินดีครับที่บทความในเว็บแห่งนี้เป็นประโยชน์ ผมเองก็ไม่ใช่ผู้รู้ เพียงแค่เป็นผู้แสวงหาความรู้ และเมื่อไปพบเห็นอะไรมา ก็อดไม่ได้ที่จะอยากแบ่งปันให้ทุกๆท่านที่สนใจ ความรู้ความเข้าใจเหล่านี้ ไม่ใช่เพื่อสำหรับผู้ที่จะเข้าเรียนในโรงเรียนแนวนี้เท่านั้น หลายๆครอบครัวต่างก็มีปัจจัยและเหตุผลต่างๆที่ ไม่อาจเข้าเรียนในโรงเรียนแนวนี้ได้ แต่ก็ยังสามารถเลือกนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ให้เหมาะสม หรือเพื่อจะได้เข้าใจในพัฒนาการของลูกๆได้
      ขอบคุณครับ และก็เชิญติดตามต่อไปนะครับ

  18. ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลต่างๆ ที่ลงใน Blog นะครับ เมื่อปี 2009 หาข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนปัญโญทัย ได้เข้า Web ของโรงเรียน ได้ข้อมูลมาในระดับหนึ่ง search ใน Googel ก็ได้เจอ web โรงเรียน ลูก – โรงเรียนพ่อแม่ เข้ามาดูแล้วเกิดความประทับใจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบทความ ที่เด็กๆ ม.2 ปั่นจักรยานกันไปต่างจังหวัด จึงคิดว่าเป็นแนวทางที่ใช่สำหรับการศึกษาของลูก ได้ไปติดต่อที่โรงเรียนปัญโญทัย นำหนังสือแนวทางของ วอลดอฟ มาให้ แม่ของลูกอ่าน ก็รู้สึกประทับใจเช่นเดียวกัน จึงได้ตัดสินใจมาสมัคร ผ่านการสัมภาษณ์พ่อและแม่ นำลูกไปโรงเรียนเพื่อทดสอบ เมื่อ 3 กุมภา ที่ผ่านมา
    วันนี้ดีใจมากครับ ได้รับ E-Mail ตอบกลับมาแล้วว่า ทางปัญโญทัยรับ ลูกเข้าเรียน อนุบาล
    จึงได้กลับเข้ามาอ่าน web นี้อีกครั้ง และถือโอกาสขอบคุณสำหรับข้อมูลต่างๆ ที่ล้วนมีประโยชน์ด้วยนะครับ

    • ยินดีด้วยครับ แต่แม้ว่าได้เข้ามาเรียนแล้ว ภาระของเราก็ยังไม่มีวันหมด ในฐานะพ่อแม่โดยปกติเราก็ย่อมดูแลลูกของเราโดยไม่รู้วันสิ้นสุด แต่ว่าโดยฐานะพ่อแม่ที่มีลูกเรียนในโรงเรียนที่ใช้การศึกษาวอลดอร์ฟเป็นแนวทาง เรายิ่งมีภาระมากมายขึ้น ทั้งการปรับวิถึชีวิตให้สอดคล้องกับที่โรงเรียนคาดหวังให้เราทำที่บ้านกับลูก ซึ่งหมายถึงความพยายามที่จะต้องเข้าใจแนวคิดที่โรงเรียนใช้ในทุกกิจกรรม เพื่อให้เราทำตามด้วยความเข้าใจและสมัครใจ
      นอกจากนั้นแล้ว โรงเรียนเองยังขาดแคลนอีกหลายๆด้าน เราในฐานะคนในชุมชนแห่งนี้คงต้องมีส่วนช่วยไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพื่อให้การทำงานของโรงเรียนและคณะครู ประสบความสำเร็จ
      ผมหวังว่าในฐานะพ่อคนหนึ่งในโรงเรียน ก็ได้อาศัยช่องทางที่เราถนัดจัดทำเว็บอันนี้ เพื่อเพิ่มพูนและแลกเปลี่ยนความรู้กันและกัน และดีใจที่เว็บแห่งนี้ได้มีส่วนให้คุณปุณณวัฒน์ เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในโรงเรียนอีกครอบครัวหนึ่ง
      คงได้เจอกันที่โรงเรียน นะครับ

  19. สวัสดีค่ะ

    ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยแบ่งปันข้อมูลดีๆเกี่ยวกับวอลดอร์ฟและโรงเรียนปัญโญทัย ทำให้คุณแม่มั่นใจมากขึ้นว่านี่จะเป็นอีกสิ่งที่ดีที่สุดอีกสิ่งหนึ่งที่เรามอบให้ลูกได้ กำลังติดต่อคุณครูเพื่อสมัครเข้าเรียนชั้นอนุบาลค่ะ จะพยายามทำให้ดีที่สุด 🙂

    หวังว่าจะได้เป็นสมาชิกใหม่ของโรงเรียนค่ะ

  20. ตอนนี้ลูกเรียนอยู่ป1 ร.รโชคชัย แต่กำลังคิดว่าเค้าอาจจะไม่เหมาะกับรร.ทีระบบการเรียนการสอนกำลังมองหารร.ที่เหมาะกับลูกอยู่ช่วยแนะนำให้ด้วยคะ

  21. ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ เป็นประโยชน์มากค่ะ ตั้งแต่ลูกได้ 1 ขวบ ดิฉันสนใจแนววอลดอร์ฟมากและปฏิบัติในการเลี้ยงดูและชีวิตประจำวันของลูก เพราะว่าเรามองหาโรงเรียนให้ลูก ได้เจอ รร.ปัญโญทัย กับ รร.แสนสนุก ก็ดีใจมาก แต่อายุลูกยังไม่ถึง ณ ตอนนั้น เวลาผ่านไปเรามีสมาชิกตัวน้อยเพิ่มขึ้นอีก1 คน การเลี้ยงลูกสำหรับคุณแม่มือใหม่ลูก 2 ห่างกัน 2 ปี (เลี้ยงลูกเอง ดื่มนมแม่อย่างเดียว) มิใช่เรื่องง่ายเลย หนังสือ และบทความช่วยเราได้เยอะมาก สำหรับแนวความคิดและ วิธีปฏิบัติกับลูก ความเข้าใจในแต่ละช่วงวัย สะพานสายรุ้ง หรือ คุณคือครูคนแรกของลูก ก็ตาม ทำให้ครอบครัวของเราเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์และรักกันมากขึ้น

    ครอบครัวของเราจะได้เข้าไปสัมภาษณ์กับทางโรงเรียนปัญโญทัย เร็ว ๆ นี้ เราอยากเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน แต่ถึงอย่างไรเรานำวิธีของ สไตเนอร์ มาใช้แต่อาจจะไม่เข็มพอ บางครั้งกันผิด เริ่มทำกันใหม่ แต่ถ้าเรามีคนช่วยคิด ช่วยแนะนำ เช่น เว็บนี้ ก็ทำให้เรามีกำลังใจของความเป็นพ่อแม่ของลูกที่เรารักมากนั้น ได้นำพาลูกไปในทิศทางที่ดีที่สุด นั่นเป็นของขวัญสำหรับลูกที่ติดตัว เมื่อยามเราไม่อยู่กับเค้าแล้ว เห็นด้วยว่าถ้าลูกได้เข้าเรียนแล้ว เรายังต้องพัฒนาตนไปเรื่อย ๆ ไปพร้อมกับลูกของเรา เพื่อให้สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน หัวใจหลักอยู่ที่ ครอบครัว ครู และลูก ที่จะเรียนรู้วิธีปฏิบัติต่าง ๆ และปรับใช้ด้วยกัน นั่นแหละคือ โรงเรียนในฝันของครอบครัวเรา

    ขอบคุณอีกครั้งนะค่ะ

    ครอบครัวพรหมมงคลกุล

    • ยินดีอย่างยิ่งครับ และดีใจมากด้วยครับที่เป็นประโยชน์กับผู้อ่านหลายๆท่าน
      และต้องขอโทษด้วยที่หลังๆมานี่ผมไม่ค่อยมีเวลาเข้ามาเพิ่มเติมข้อมูลใหม่ๆสักพักใหญ่แล้ว
      ด้วยงานที่รัดตัว แต่ลงตัวเมื่อไหร่และจัดเวลาได้ก็จะพยายามเข้ามาเพิ่มเติมเป็นระยะๆครับ

  22. สวัสดีครับ คุณพ่อที่น่ารัก

    สวัสดีครับพ่อติ๊ก ผมติดตามอ่าน blog นี้และได้แบ่งปันเรื่องราวดีๆ ด้วยการส่ง link ให้เพื่อนๆ อ่าน ตั้งแต่ฝนหลวงเรียนที่แสนสนุกไตรทักษะ และย้ายไปเรียนอนุบาล 3 ที่บ้านรัก จนถึงปีนี้มีโอกาสย้ายเข้ามาอยู่ปัญโญทัย ชั้นป.1 กำลังขึ้น ป.2 ในปีหน้า ตลอด 1 ปีที่ใช้ชีวิตในโรงเรียนปัญโญทัย มีโอกาสได้เจอกับคุณพ่อหลายครั้ง เคยฟังคุณพ่อแบ่งปันเรื่องลูกและโรงเรียนในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้องที่มีลูกอยู่ในชั้นมัธยม มีโอกาสได้ยิ้มทักทาย แต่ยังไม่ได้คุยกันส่วนตัว ด้วยนิสัยพูดน้อย คุยไม่เก่ง ที่มีพื้นฐานมาจากเด็กขี้อายของผมครับ ปีหน้าถ้ามีโอกาสเจอกัน ผมขออนุญาติทักทายคุณพ่อก่อนนะครับ ขอบคุณมากนะครับ ขอบคุณที่เขียน bolg ดีๆ แบ่งปันความรู้ที่มีประโยชน์ไว้ให้อ่าน

    ยินดีที่ได้รู้จักครับ
    พ่อเอ

    • ยินดีครับ ที่บทความเป็นประโยชน์กับทุกท่าน ทั้งที่เรียนอยู่ที่ปัญโญทัย หรือที่อื่นๆ เผื่อว่าจะเป็นมุมองที่เอาไปใช้ในการดูแลลูก และเพื่อความเข้าใจในการศึกษาแบบนี้
      ยังไงก็ถ้าพบกันก็ทักกันได้ครับ ที่จริงเวลาอยู่ที่โรงเรียน มีพ่อแม่หลายคนที่ ยิ้มให้หรือ สวัสดีกัน ซึ่งบางครังผมก็งงๆ แต่ก็เข้าใจได้ว่าคงรู้จักผมข้างเดียว จากที่ผมเขียน บทความใน Blog และที่เคยมีโอกาสฟังผมแสดงความคิดเห็นในโอกาสต่างๆกัน
      ยังไงคงได้พูดคุยกันครับ ด้วยความยินดี
      ขอบคุณครับ

  23. สวัสดีค่ะ

    อยากเข้ามาขอบคุณสำหรับบล็อกนี้ที่ถูกเขียนขึ้นมาอย่างปราณีต พิถีพิถัน และยังคงอัพเดทเรื่องราวต่างๆ อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

    ดิฉันยังไม่มีลูก แต่รู้สึกคับข้องใจทุกครั้งเวลาเห็นเด็กๆ แบกกระเป๋าเดินหน้าเศร้าเข้าโรงเรียน และคับข้องใจยิ่งกว่าเมื่อเห็นผู้ใหญ่หลายๆ คนชื่นชมกับการแสดงออกที่เกินวัยของเด็กๆ รู้สึกทุกข์ใจ และกังวลใจ ว่าถ้าดิฉันมีลูก ดิฉันจะปกป้องเขาไม่ให้ถูกการศึกษาตามระบบปล้นวัยเด็กไปได้อย่างไร เพื่อนเคยแนะนำระบบของกลุ่มโรงเรียนสาธิตให้ ดิฉันรู้สึกว่าแม้ระบบการเรียนการสอนจะน่าสนใจ แต่ยังไม่ตอบโจทย์ในแง่ของสังคม และสิ่งแวดล้อมของเด็ก (วัตถุนิยม บริโภคนิยม การแข่งขัน การอวดร่ำอวดรวย การแบ่งแยกและดูแคลนกัน – ไม่ได้อคติตัดสินแบบเหมารวม แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่ามี) รู้สึกจนตรอกจนคิดอยากโฮมสคูลเอง เมื่อเริ่มค้นคว้าก็ได้พบลิงก์ข่าวที่เล่าเรื่องราวของโรงเรียนปัญโญทัย จึงหาข้อมูลมาเรื่อยๆ จนกระทั่งได้เจอบล็อกนี้ซึ่งช่วยให้เห็นภาพของระบบวอลดอร์ฟชัดเจนขึ้น ทำให้รู้สึกโล่งใจและมีความหวัง ขอชื่นชมในความมุ่งมั่น ทุ่มเท และอุทิศตนของคุณพ่อในการเขียนบล็อกนี้ค่ะ

    ขอบคุณอีกครั้ง และขอพระเจ้าอวยพระพร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s