สมองไหล

Posted on Updated on


การศึกษาควรมีส่วนช่วยขัดเกลาให้ไม่เห็นแก่ตัว ไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ความมีเหตุมีผลสามารถนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต ทำความเข้าใจผู้คน และตระหนักรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคมที่มีร่วมกัน

บทคัดย่อจากบทความของ คุณ วิจักขณ์ พานิช: สมองไหล

14221978141422197836mจู่ๆ ผมก็คิดถึงคำว่า “สมองไหล” ขึ้นมา ครั้งแรกที่ผมได้ยินคำคำนี้ น่าจะเป็นในชั้นเรียน ม.4 ตอนนั้นผมเรียนอยู่ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา อาจารย์ประจำชั้นคุยให้ฟังถึงโอกาสสอบชิงทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ เธอเน้นย้ำถึงความสำคัญของการไปเรียนต่อเพื่อนำความรู้วิทยาการกลับมาพัฒนาประเทศชาติ แม้ทุนการศึกษาจะถูกมอบให้แก่นักเรียนจำนวนหนึ่งที่สอบได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นโอกาสที่มอบให้เปล่าๆ เพราะความเก่งกาจสามารถเพียงอย่างเดียว แต่ทุนการศึกษาทั้งหมดมีที่มาจากภาษีของประชาชน และนักเรียนทุนก็ทำหน้าที่เหมือน “ตัวแทน” ของคนทั้งประเทศที่ได้รับโอกาสไปศึกษาต่อ… ผมตั้งใจฟังด้วยความสนใจ เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าครูพูดกับเราในฐานะอนาคตผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ การศึกษาไม่ได้ให้เพียงแค่สถานะที่โก้เก๋ ทว่าการศึกษาเปลี่ยนแปลงเรา ทำให้เราเติบโตทั้งทางความคิดและจิตสำนึกที่มีต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคมที่เราอยู่

แม้การศึกษาทุกวันนี้ จะไม่ใช่การศึกษาในวัด หรือการศึกษาที่ตั้งอยู่บนหลักธรรมทางศาสนา ไม่ใช่การศึกษาที่สอนให้คนมีศีลธรรม รู้บุญรู้บาป รู้ดีรู้ชั่ว หรือการปฏิบัติตนเพื่อมุ่งสู่พระนิพพาน แต่ความรู้แบบโลกวิสัยที่เรารับมาจากตะวันตกก็ช่วยให้โลกของเราแต่ละคนเปิดกว้างอย่างมีนัยสำคัญ การศึกษาช่วยขัดเกลาให้ไม่เห็นแก่ตัว ไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ความมีเหตุมีผลสามารถนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต ทำความเข้าใจผู้คน และตระหนักรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคมที่มีร่วมกัน

…การศึกษาที่ไม่ได้ส่งเสริมให้คนถือตนเป็นเจ้าคนนายคนอย่างในอดีต ทว่าสร้างคนให้มีสำนึกต่อส่วนรวมในฐานะ “ตัวแทน” …การศึกษาที่ทำให้เราอ่อนน้อมถ่อมตน รู้จักยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น มีความอดทนอดกลั้นต่อการมองโลกไม่เหมือนกัน เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง และเข้าใจว่าการถกเถียงกันด้วยเหตุและผลเป็นสิ่งจำเป็นแค่ไหน

หากมีโอกาสไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ เราอาจยิ่งเห็นชัดขึ้นอีกว่าวิชาการช่วยพัฒนาความคิดและจิตใจให้เปิดกว้างออกไปได้ไกลขนาดไหน เราสามารถแลกเปลี่ยนถกเถียงกับเพื่อนต่างชาติ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรมได้อย่างเท่าเทียม ก่อกำเนิดเป็นมิตรภาพและการยอมรับซึ่งกันและกัน ที่ไม่ได้มาจากการใช้ความรุนแรงต่อกันทั้งทางร่างกาย หรือทางอารมณ์

 

ทั้งนี้ วิชาการตะวันตกไม่ได้จำกัดอยู่แค่การอธิบายโลกภายนอกอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่ยังมีแขนงวิชาที่พัฒนาขึ้นเพื่อเข้าใจโลกทางจิตใจอย่างละเอียดละออเป็นเหตุเป็นผล 

ในสภาพสังคมที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ดูเหมือนประเทศจะไม่ได้ต้องการ “มันสมอง” เท่าไรนัก และบางทีก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่าเราจะส่งเสริมให้คนเรียนหนังสือสูงๆ กันไปทำไม ในเมื่อผู้ปกครองบ้านเมืองไม่ต้องการให้พลเมืองในชาติคิดเองเป็น ความรู้ที่ร่ำเรียนมาไม่อาจถูกนำไปใช้ในการมีส่วนร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่สังคมที่เราอยู่ และการศึกษาไม่ได้ช่วยให้สังคมเห็นคุณค่าของรากฐานแห่งความรู้ อันได้แก่ เสรีภาพทางความคิด ซึ่งควรถูกส่งเสริมพร้อมๆ กับการอดทนอดกลั้นต่อความคิดเห็นที่แตกต่าง

การยึดมั่นความดีสูงสุด ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ท่าเดียว นอกจากจะแสดงถึงภาวะด้อยพัฒนาทางสติปัญญาของคนที่เรียกตัวเองว่าผู้มีการศึกษาในบ้านเมืองเราแล้ว ยังสะท้อนถึงความไร้ประสิทธิภาพของระบบการศึกษาไทยอย่างน่าเศร้า ไม่ใช่เพราะการศึกษาไทยไม่ดีในแง่การให้ความรู้เชิงเทคนิคเนื้อหา แต่สิ่งที่ไม่อาจถูกสอนในระบบการศึกษาไทยคือ การศึกษาเพื่อเสรีภาพและการปลดปล่อย

หากประเทศชาติคือร่างกาย การสร้างจิตสำนึกทางสังคมก็เปรียบได้กับการพัฒนาจิตใจให้เปิดกว้าง แทนที่จะใช้อำนาจบังคับควบคุมสั่งการเบ็ดเสร็จจากศูนย์กลางอย่างไม่ฟังเสียงใคร ประชาธิปไตยคือระบอบการปกครองที่บ่มเพาะสัมปชัญญะในเนื้อในตัว เปรียบได้กับการภาวนาที่ไม่ใช่การใช้สมองบังคับควบคุมสั่งการให้ร่างกายทำงานตามความคิดแต่เพียงอย่างเดียว เพราะแต่ละอวัยวะ แต่ละเซลล์ แต่ละส่วนของร่างกายมีพลังการตื่นรู้ในตัวมันเอง ที่พร้อมจะสื่อสารข้อความสำคัญให้เราได้รับรู้ ความรู้เนื้อรู้ตัวเป็นพื้นฐานสำคัญให้เราอยู่กับสิ่งที่เป็น โดยไม่จำเป็นต้องตัดส่วนใดส่วนหนึ่งทิ้งไปเพราะเห็นว่าไม่สำคัญหรือเป็นปัญหา

เมื่อร่างกายผ่อนคลาย สติสัมปชัญญะก็สามารถงอกงามได้ด้วยตัวมันเอง สมองไม่ไหล หัวใจไม่ด้านชา ชีวิตทั้งในแง่ปัจเจกและสังคมรุ่มรวยด้วยประสบการณ์ที่หลากหลาย การเรียนรู้เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีใครบังคับ 

 

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ Link นี้ ใน มติชนออนไลน์  วิจักขณ์ พานิช: สมองไหล

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s