ครอบครัวในสังคมไฮเทค

Posted on Updated on


FamilySmartphoneทุกวันนี้ เราจะเห็นหลายๆครอบครัว เวลาไปทานอาหารนอกบ้านด้วยกัน  บนโต๊ะอาหารพูดคุยกันน้อยลง   เวลาอยู่บ้านก็เช่นกัน อยู่กันพร้อมหน้าตาพ่อแม่ลูก แต่เงียบเหมือนไม่มีใครอยู่  แต่ละคนต่างมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆที่อยู่ไกลออกไปกันได้ทั้งวัน  แต่แทบจะไม่ได้พูดคุยกับคนที่อยู่ในบ้านด้วยกัน  ทุกคนยุ่งอยู่กับการอ่านข่าวออนไลน์  ออกความเห็นกับเรื่องโน้นเรื่องนี้ใน Facebook   บางทีก็บ่นโน่นบ่นนี้กระจุ๊กกระจิ๊กอยู่ใน Line  หรือมัวแต่Share ข่าวลือ หรือเรื่องขำขันกันอยู่  บ้างก็นั่งดูรูปใน Instagram ของดาราคนโน้นคนนี้  เราสนใจทุกเรื่องที่อยู่ไกลตัวเรา แต่เราลืมคนใกล้ๆที่นั่งห่างเราไปแค่ไม่กี่เมตร

ผมขอนำบทความจาก Facebook Panyotai Parents ที่พูดถึงประเด็นเหล่านี้มาฝากให้อ่านครับ

ครอบครัวในสังคมไฮเทค

พ่อแม่คู่หนึ่งเดินเข้ามาในร้านอาหารพร้อมลูกเล็ก ทันทีที่นั่งลงกับโต๊ะ พ่อก็เอาแทบเล็ตออกมาเปิดให้ลูกเล่น ครอบครองความสนใจลูกได้ไม่ให้กวนหรืองอแง โต๊ะถัดไปเป็นครอบครัวที่ลูกๆโตกว่านั้น ทั้งพ่อแม่และลูกแต่ละคนต่างก้มหน้าก้มตาจ้องดูโทรศัพท์มือถือของตนราวกับต่างคนต่างอยู่ในโลกของตัวเอง

ภายในร้านมีโทรทัศน์เปิดอยู่ ตรึงความสนใจของลูกค้าและพนักงาน บางคนจนไม่เป็นอันทำอย่างอื่น

โทรทัศน์เริ่มเป็นที่แพร่หลายมาได้ 60 กว่าปี คอมพิวเตอร์ครึ่งหนึ่งของช่วงเวลานั้นและโทรศัพท์มือถืออีกครึ่งหนึ่งของอายุคคอมพิวเตอร์เพียงชั่วระยะเวลาไม่นานเท่าไร นับแต่เทคโนโลยี 3 อย่างนี้อุบัติขึ้นมา มันก็เปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของเราไปอย่างมหาศาลทั้งในทางบวกและทางลบ มันนำโลกภายนอกเข้ามาจ่อให้เราถึงที่ มันช่วยให้เราสื่อสารกันได้ง่ายขึ้นแทบทุกเวลาและสถานที่ แต่พร้อมกันนั้นมันกลับทำให้เราตัดขาดแยกจากกันอย่างไม่น่าเชื่อ ที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่านั้นก็คือ ผลกระทบต่อครอบครัวและการดูแลลูกของเรา

เวลาที่ลูกยังไม่กวน ยังไม่งอแง กลไกเหล่านี้ก็มักครอบงำความสนใจของเราเอาไว้จนเป็นการยากสำหรับหลายคนที่จะปิดคอมพิวเตอร์ ทีวี หรือละจากโทรศัพท์มือถือ มาอยู่กับลูกทั้งกายใจได้ ไม่น่าแปลกใจที่เด็กจำนวนไม่น้อยมีอาการเรียกร้องความสนใจทั้งๆ ที่แม่อยู่บ้านเลี้ยงลูก ไม่ได้ทำงาน การป้อนนมลูกไปคุยโทรศัพท์มือถือ แม้จะเป็นสิ่งที่แม่บางคนเห็นว่าสามารถทำไปด้วยกันได้ แต่ลูกไม่ได้รับอาหารทางใจจากคุณในระหว่างนั้น คุณให้อาหารเขาแต่เพียงทางกาย เขาคู่ควรกับความสนใจจากคุณน้อยกว่าคนในสายที่คุณกำลังคุยด้วยหรือเกมที่กำลังเล่นกระนั้นหรือ พ่อแม่หลายรายเคยมีประสบการณ์บ่อยๆ ที่ลูกกวนเวลาคุยโทรศัพท์ นั่นเป็นการประท้วงของลูกที่ความสนใจของพ่อแม่ย้ายไปอยู่ตรงนั้น

กิจวัตรของเด็กๆ เป็นการเล่นกับเพื่อนๆ การเล่นในสวน การทำสิ่งต่างๆ กับพ่อแม่ แต่เดี๋ยวนี้เวลาส่วนใหญ่ของเด็กอยู่หน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นจอทีวี จอคอมพิวเตอร์ หรือจอโทรศัพท์ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อความคิด จิตใจ สุขภาพกาย การไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวเป็นต้นเหตุให้มีอัตราของโรคต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น การใช้นิ้วมากนำมาซึ่งโรคนิ้วล๊อก เอ็นอักเสบ แขนขาของเด็กรุ่นหลังหนักอึ้ง ขาดความคล่องแคล่วว่องไว Audrey McAlley นักการศึกษาบำบัดตั้งข้อสังเกตว่า เด็กที่เกิดหลังทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา ตั้งแต่ทีวีเริ่มเป็นที่แพร่หลาย ตอบสนองต่อการบำบัดช้ากว่าเด็กรุ่นก่อน

วัยรุ่นสมัยนี้ ไม่รู้ว่าชีวิตที่ไม่มีอินเตอร์เนทหรือมือถือเป็นอย่างไร หลายคนใช้เวลาไปกับอุปกรณ์เหล่านี้ค่อนข้างมาก ไม่น้อยที่กระสับกระส่ายการวนกระวาย เมื่อไม่มีให้ใช้

การเกิดมาในยุคที่พรั่งพร้อมด้วยเทคโนโลยี ไม่ได้หมายความว่าจะต้องให้เด็กคุ้นเคยกับมันตั้งแต่เล็กแต่น้อย แต่หมายความว่ายิ่งจำเป็นต้องให้เขารู้จักชีวิตที่ปราศจากเทคโนโลยีเสียก่อน หมายความว่ายุคสมัยนี้ยิ่งยากที่เด็กจะได้เติบโตและพัฒนาไปตามที่ควร ท่ามกลางสภาวะที่เหมาะสมและเอื้ออำนวย ยิ่งเป็นการยากและจำเป็นที่วัยเด็กจะต้องได้รับการปกป้อง แต่ไม่ว่าจะยากเพียงไรก็ไม่เกินกว่าความรักความเอาใจใส่ของพ่อแม่ที่จะพยายามทำ เพราะไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ไม่ได้หนักหนาสาหัสขนาดที่ต้องงดพูด 7 ปี ข้ามภูเขาแก้ว หรือค้นหาดินแดนสุดขอบฟ้า

จะยากจะง่าย นี่ ก็คือภารกิจของผู้ใหญ่ยุคไฮเทค!

ขอบคุณบทความจาก Panyotai Parents คลิกอ่านต้นฉบับที่นี่ครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s