” เด็กรุ่นใหม่ ” บทความจากPanyotai Parents

Posted on Updated on


บทความเรื่อง ” เด็กรุ่นใหม่ ”  จาก Facebook  Panyotai Parents  (อ่านต้นฉบับคลิกที่นี่)

วัยเด็กเป็นเวลาสำคัญในการพัฒนาทักษะการประสานงานของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของเรา“ Dr. Luis Lopes จากมหาวิทยาลัย Minho หัวหน้าทีมทำการวิจัยเด็กโปรตุเกส วัย 9-13 ปีกล่าว ผลการวิจัยพบว่าเด็กที่ใช้เวลา ¾ ไปในการนั่งทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ดูทีวี ใช้คอมพิวเตอร์ นั่งรถ มีการประสานงานของกล้ามเนื้อต่ำกว่าเด็กอื่นๆ 9 เท่า ทักษะพื้นฐาน เช่น การเดิน ขว้าง รับ กระโดด เป็นฐานสำหรับการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนขึ้น ซึ่งขาดโอกาสพัฒนาจากการใช้ชีวิตในท่านั่ง ส่งผลให้ความสมบูรณ์ของพลานามัยความเคารพตนเองและสัมฤทธิ์ผลทางการเรียนลดลง ขณะเดียวกันก็เพิ่มโรคอ้วนในเด็กมากขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน

ทุกวันนี้วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ประกอบกับการปกป้องที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ลูกๆของเราขาดโอกาสเหล่านี้ ยังผลให้ประสบการณ์ การเรียนรู้ชีวิต เรียนรู้ปัญหาและการแก้ไข การจัดการกับตัวเองจัดการกับโลกลดน้อยลง วุฒิภาวะจึงต่ำลงเมื่อเทียบกับเด็กรุ่นก่อน

พ่อแม่จำนวนไม่น้อยต้องคอยให้ลูกล้างมือเสมอๆ วิตกว่าห้องน้ำนอกบ้านไม่ถูกสุขลักษณะ น้ำดื่มที่โรงเรียนไม่สะอาดพอ ยามลูกเจ็บป่วยแม้เล็กน้อยก็รีบพาไปพบแพทย์ ซึ่งก็จะได้รับการตรวจนั่นตรวจนี่ให้ยาขนานต่างๆ ผลข้างเคียงที่ตามมาโดยพ่อแม่ส่วนใหญ่นึกไม่ถึงก็คือ วิธีการเช่นนั้นมีผลต่อทัศนะของลูกต่อความเจ็บป่วย ทำให้ลูกมองการเจ็บป่วยในระดับที่หนักหน่วงร้างแรงเกินเหตุ

วัยเด็กที่พ่อแม่และยุคสมัยของเรานำเสนอให้ลูกๆทุกวันนี้แตกต่างจากเดิมอย่างมหาศาล ถึงแม้สายรกจะถูกตัดเมื่อคลอดเพื่อแยกลูกออกจากกายแม่ให้ร่างกายลูกทำหน้าที่โดยอิสระ ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยแม่ แต่สายรกทางใจก็ยังรัดรึงไม่ขาด ซึ่งต้องระวังอย่าให้รั้ง

ความเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นหลังจากที่วัยรุ่นสิ้นสุดลงอีกต่อไปแล้ว Frank F Fwstenberg นักสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียรายงานว่า วัย 20-30 ปีเป็นช่วงรอยต่อระหว่างหลังวัยรุ่นและก่อนวัยผู้ใหญ่ ซึ่งดูเหมือนผู้ใหญ่แต่ยังไม่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว แต่เดิมคนวัยนี้เรียนจบ ทำงาน แต่งงาน เลี้ยงดูครอบครัวได้แล้ว แต่คนสมัยนี้ยังไม่มีความพร้อม เมื่อดูจากเกณฑ์วัดความเป็นผู้ใหญ่ เขาพบว่าอัตราส่วนผู้บรรลุวุฒิภาวะความเป็นผู้ใหญ่ลดน้อยทุกขณะตามเวลาที่ผ่านไป (65-77 % ในปี 1960 , 31-46% ในปี 2000) การบรรลุวุฒิภาวะช้าลง ทำให้ต้องใช้เวลาค้นหาตัวเอง ใช้เวลาช่วงอุดมศึกษาหรือหลังจากนั้นต่อไปอีกในการเป็นเด็ก ในการทดลองกับชีวิต

สมัยเรายังเด็ก การที่เราต้องทำนั่นทำนี่ ต้องดูแลตัวเอง ช่วยผู้ใหญ่ในบ้าน ซักผ้า ล้างจาน กวาดบ้าน ขายของ ซื้อของ เลี้ยงน้อง ไปโรงเรียนเอง เครื่องซักผ้า แอร์ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและสถานบันเทิงไม่ได้มีดาษดื่นหลากหลายเท่านี้ช่วยให้เราเรียนรู้ชีวิต มีประสบการณ์ รู้ว่าการดำรงชีวิตในโลกเป็นไปอย่างไร กว่าผ้าจะสะอาด กว่าจะได้อาหารมากิน กว่าจะทำนั่นได้นี่มาต้องผ่านกระบวนการอย่างไร ยามประสบปัญหา มีข้อผิดพลาด ติดขัด ต้องหาทางแก้ไขอย่างไร ช่วยให้รู้วิธีจัดการกับตัวเอง จัดการกับโลกได้ ทั้งหลายทั้งปวงนี้ส่งผลให้วุฒิภาวะของเราค่อยๆเพิ่มขึ้นๆ

ศาสตราจารย์ Dieter Wolke จากมหาวิทยาลัยวอร์วิคทำการวิเคราะห์ผลการวิจัย 70 ชิ้น และพบว่าการเลี้ยงดูที่ไม่ดีเป็นปัจจัยสำคัญมาก มักถูกมองข้ามในปัญหาเด็กถูกข่มขู่คุกคาม โดยการเลี้ยงดูที่ไม่ดีมี 2 ด้าน ทั้งด้านที่พ่อแม่ทอดทิ้งละเลยทำร้ายเด็ก และอีกด้านหนึ่งซึ่งสร้างความประหลาดใจให้คนจำนวนมาก คือการที่พ่อแม่ปกป้องประคบประหงมลูกมากเกินไป ก็จัดเป็นการเลี้ยงดูที่ไม่ดีไม่แพ้กัน ส่วนการเลี้ยงดูที่ดีคืออบอุ่นแต่หนักแน่นมั่นคง ผลการวิจัยพบว่าเด็กที่พ่อแม่คอยวุ่นวายทำทุกอย่างให้มากเกินไป จะขาดความเป็นอิสระ ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ตัดสินใจไม่เป็น โอกาสในการพึ่งพาตัวเองถูกลิดรอน มีความเสี่ยงต่อการตกเป็นเป้าการข่มขู่คุกคาม เกิดความวิตกกังวล เคร้าซึมได้ง่าย มีแนวโน้มที่จะอ่อนแอเปราะบาง ตกอยู่ใต้อิทธิพลผู้อื่นได้ง่าย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s