ปัญโญทัย..สอนอะไรลูกเรา

Posted on Updated on


ปัญโญทัยสอนอะไรลูกเรา

บทความชิ้นนี้ผมเขียนขึ้นจากความรู้สึก ที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมฟังการนำเสนอโครงงานก่อนจบการศึกษาของนักเรียนม.6 รุ่น2 โรงเรียนปัญโญทัย   กิจกรรมนี้จัดขึ้นในช่วงระหว่างปลายเดือนกุมภาพันธ์จนถึงต้นเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา  รวมทั้งจากที่ได้พูดคุยกับหมอพร ในหลายๆโอกาสในช่วงเดียวกัน    จนรู้สึกได้ในมุมมองของผมว่า  ปัญโญทัยสอนอะไรลูกเรา

ที่จริงเรารับรู้กันอยู่แล้วว่าปัญโญทัย เป็นโรงเรียนทางเลือก ที่จัดการศึกษาตามแนวทางการศึกษาวอลดอร์ฟ ซึ่งมีปรัชญาแนวคิด และกระบวนการจัดการศึกษา ตามที่เราทราบๆกันอยู่โดยทั่วไป  แต่ที่ผมรู้สึกได้อย่างมากในช่วงสัปดาห์สองสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า ปัญโญทัยสอนอะไรลูกเรา คือ

  • ปัญโญทัยสอนให้เด็กเรียนรู้ที่จะหาหลักคิดในการตัดสินใจเลือกเส้นทางของตนเอง ว่าทางไหนที่ตนเองต้องการ บางคนเลือกที่จะทำโครงงานที่คิดว่านี่คือเส้นทางชีวิตในอนาคต  บางคนเลือกเพราะคิดว่านี่คือโอกาสเดียวที่จะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองจะไม่มีวันได้ทำอีก บางคนเลือกเพื่อที่จะลองว่ามันใช่หรือไม่ใช่ และเมื่อภายหลังการทำงานชิ้นนี้แล้ว เค้าก็ยังต้องข้อสรุปต่อไปว่าที่คิดมาทั้งหมดมันใช่หรือไม่ใช่  ปัญโญทัยเปิดโอกาสให้เค้าเลือกเพราะทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความพร้อมและในวัยอันเหมาะสมของเค้า
  • ปัญโญทัยสอนให้เด็ก ไม่ล้มเลิกความตั้งใจ  เมื่อคิดว่าจะทำอะไรก็ต้องทำให้ลุล่วง ต้องก้าวข้ามอุปสรรคไปให้ได้ เด็กบางคนท้อแท้ในระหว่างทาง อาจมีบางอารมณ์อยากถอย อยากเปลี่ยน แต่คำตอบที่เด็กตอบตนเองได้โดยไม่ต้องไปถามครูก็คือ ไม่มีทางที่จะให้เปลี่ยน ซึ่งสุดท้ายเด็กทุกคนก็ได้คำตอบจากตัวเองว่าดีแล้วที่ไม่เปลี่ยน ดีแล้วที่ทำต่อไป อุปสรรคที่มีก็แค่ตั้งสติ ถอยออกมาแล้วมองกลับเข้าไปใหม่ แล้วก็เดินหน้าต่อไป
  • ปัญโญทัยสอนให้เด็กรู้ว่าในชีวิตจริงมันมีปัญหาและอุปสรรคมากมายเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ไม่เป็นไปอย่างภาพที่จินตนาการไว้ อุปสรรคเหล่านี้ สอนให้เค้าเรียนรู้จะสู้และฝ่าไปให้ได้  เคยถามหมอพรว่าแล้วเด็กจะไหวเหรอ คำตอบจากหมอพรคือ ไม่เป็นไร ปัญหาและอุปสรรคนั้นๆจะให้บทเรียนกับเค้า
  • ปัญโญทัย สอนให้เด็กๆ คืดถึงการเผื่อแผ่แก่ผู้อื่นๆอยู่เสมอ ในทุกกิจกรรมหากมีโอกาส   รวมทั้ง การเผื่อแผ่ความรู้ ความช่วยเหลือต่อองค์กรอื่นๆ ภายนอก ที่โรงเรียนทำอยู่ในทุกโอกาสที่อำนวย เด็กๆของเราเหมือนถูกทำให้อยู่ในบรรยากาศอย่างนั้นตลอดเวลา จนซึมซับเข้าไปวันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า   เห็นผลลัพธ์ได้จากที่โครงงานของนักเรียนชั้นม.6 แต่ละคน จะต้องมีส่วนใดส่วนหนึ่งมากบ้างน้อยบ้าง ที่ส่งความช่วยเหลือจากรายได้ไปยังผู้ด้อยโอกาสอื่นในสังคม หรือการรวมตัวกันแสดงดนตรีเพื่อหาทุนช่วยเหลือโรงเรียนอื่นที่ประสบปัญหา
  • เวลาที่มีผู้ได้รับความเดือดร้อนและมีปัญหา   โรงเรียนปัญโญทัย โดยหมอพร  ผมได้ยินคำพุดนี้อยู่เสมอๆว่า  ไม่เป็นไรเราต้องช่วยเค้า  ถ้าเค้ามีปัญหา เราทำอะไรได้บ้างเราต้องทำ ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นได้จากกิจกรรมที่เด็กๆของเราริเริ่มทำขึ้นเองเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นเท่าที่ทำได้

และสุดท้ายคือเด็กๆได้เรียนรู้ชีวิต

ผมลองย้อนนึกไปถึงความขัดข้องใจต่างๆ ที่มีต่อโรงเรียน เรื่องโน้น เรื่องนี้  ลูกเราจะได้เรียนนู่นเรียนนี่มั้ย เรื่องไม่เข้าใจโรงเรียน อีกสารพัด ตามประสาพ่อแม่  แต่ทั้งหมดนี้มันกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยเหลือเกิน เมื่อเราได้รู้ถึงสิ่งที่สำคัญกว่านั้น ที่มันจะเป็นพื้นฐานของชีวิตของลูกเราในภายภาคหน้า  เพราะผมเข้าใจมากขึ้นแล้วว่า  ปัญโญทัยสอนอะไรลูกเรา

8 thoughts on “ปัญโญทัย..สอนอะไรลูกเรา

    Blue Blog said:
    มีนาคม 10, 2011 ที่ 11:58

    ขอบคุณพ่อติ๊กมากกค่ะ
    ที่กรุณาสรุปบทความนี้มาให้ได้อ่าน
    เพื่อตอกย้ำความคิดนึกของตนเอง

    ข้อความที่ตรงใจ ที่ป้าเอ๋ ห่วงน้องบีม ก็คือ

    “◦ปัญโญทัยสอนให้เด็กรู้ว่าในชีวิตจริงมันมีปัญหาและอุปสรรคมากมายเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ไม่เป็นไปอย่างภาพที่จินตนาการไว้ อุปสรรคเหล่านี้ สอนให้เค้าเรียนรู้จะสู้และฝ่าไปให้ได้ เคยถามหมอพรว่าแล้วเด็กจะไหวเหรอ คำตอบจากหมอพรคือ ไม่เป็นไร ปัญหาและอุปสรรคนั้นๆจะให้บทเรียนกับเค้า”

    เป็นข้อที่ป้าเอ๋ ห่วงน้องบีม ที่อยากให้ที่นี่หล่อหลอมให้น้องบีมก้าวข้ามผ่านอุปสรรคนานาที่เค้าจะต้องประสบพบทุกช่วงวัยค่ะ

    ขอบคุณมากกค่ะ
    ป้าเอ๋ + น้องบีม

      Blue Blog said:
      มีนาคม 22, 2011 ที่ 15:46

      ยินดีอย่างยิ่งครับ คุณป้าเอ๋
      ที่ผมได้อาสาด้วยตัวเองในการช่วยสื่อความคิด ความเข้าใจจากสิ่งที่ได้อ่าน ได้ฟัง ได้เห็น ได้สังเกตุ ในโอกาสต่างๆ แล้วนำมาถ่ายทอด ตามพื้นฐานความรู้เท่าที่มีของผม
      ผมมีข้อสงสัยมากมายนับตั้งแต่วันแรกที่ลูกได้เข้าสู่การศึกษาตามแนวทางนี้ ในคราวแรกๆคือ ความสงสัยว่าการศึกษาวอลดอร์ฟ มันใช่สิ่งที่เราต้องการมอบให้ลูกเราแน่หรือ พอผ่านจุดนั้นมาได้ว่าใช่แน่แล้ว ต่อมาก็กลายเป็นความตึงตัว ที่คอยแต่ประเมินนั่นประเมินนี่ว่าใช่หรือไม่ใช่แนวทางวอลดอร์ฟ โดยผิวเผิน เหมือนเรายึดติดรูปแบบเปลือกนอก จนมาวันนี้เริ่มรู้สึกว่าเราผ่านจุดที่จะคอยมาประเมินความใช่หรือไม่ใช่ไปแล้ว เราเริ่มเข้าใจมันมากขึ้น จนเริ่มรู้สึกคลายตัวว่าสาระจริงๆของการศึกษาวอลดอร์ฟมันคืออะไร และยิ่งเริ่มเข้าใจมากขึ้นเมื่อได้เห็นผลผลิตของเด็กแต่ละคนแต่ละรุ่น ที่ผ่านสายตาเราไป อย่างที่เขียนไว้ในบทความข้างต้น
      ยินดีครับที่ข้อความในบทความตรงใจ

    chalisa said:
    พฤษภาคม 27, 2011 ที่ 19:00

    ติดตามอ่านมานานแล้วค่ะ ขอบคุณมากที่ช่วยสื่อสารความคิดและข้อมูลที่สำคัญมากๆ
    ได้สิ่งที่มีประโยชน์ในการทำงานเพื่อมนุษย์
    ตอนนี้กำลังพยายามกันอยู่ค่ะ
    จาก กลุ่มการศึกษาฟ้ากว้าง(วอลดอร์ฟ)เชียงใหม่
    มีโอกาสมาเชียงใหม่เชิญมาพักผ่อนได้นะคะ

      Blue Blog said:
      พฤษภาคม 29, 2011 ที่ 10:36

      ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ ที่เว็บแห่งนี้ได้เป็นประโยชน์กับผู้อ่านทุกท่าน ที่จริงแล้วผมก็เป็นเพียงผู้ส่งต่อความรู้ที่ได้จากผู้รู้ต่างๆทั้งที่ผมรู้จักโดยตรงและทั้งแบบครูพักลักจำ แต่ขณะเดียวกันก็ยังต้องแสวงหาความรู้ยู่ต่อๆไป จากจุดเริ่มต้นที่เรามีลูก กลายมาเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆตามมาอีกมากมายมหาศาล ยังส่งผลต่อแนวคิดในการดำเนินชีวิตและมุมมองต่อสังคมโลกที่เปลี่ยนไป
      หลังๆมานี่ ก็รู้สึกผิดนิดๆที่ไม่ค่อยได้เข้ามาเพิ่มเติมข้อมูลใหม่ๆ ก็ด้วยงานการรัดตัวมากขึ้น
      หากผู้อ่านท่านใดมีความรู้ที่อยากเผยแผ่แก่ผู้อื่น ผมก็ยินดีเป็นสื่อกลางให้ครับ เพื่อช่วยให้เว็บนี้มีชีวิตชีวามากขึ้น
      และขอขอบพระคุณครับที่กรุณาเชื้อเชิญไปพักที่เชียงใหม่ ไว้ไปเชียงใหม่คราวหน้า จะหาโอกาสแวะไปที่ฟ้ากว้างครับ
      ขอบคุณครับ

    Kay said:
    กันยายน 23, 2011 ที่ 22:57

    ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ นำมาให้อ่าน ดิฉันเป็นคุณแม่มือใหม่ และมีความตั้งใจอยากเข้าไปเป็นสมาชิกของชุมชนปัญโญทัย แต่ทราบมาว่ามันไม่ง่าย ตอนนี้ ครอบครัวของเราปฏิบัติตามหลักการของ ดร.รูดอล์ฟ สไตเนอร์ จากการอ่านหนังสือ และอ่านบทความจากเว็บ อยากบอกว่ามันดีมากเลยค่ะ ทำให้ลูกของดิฉันเป็นเด็กที่มีความเป็นเด็กจริง ๆ ถ้าเราตั้งใจกันแล้วคิดว่าคงจะได้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนปัญโญทัยด้วยนะค่ะ

    แม่เก๋+ น้องพรีม 3 ขวบ

      Blue Blog responded:
      กันยายน 23, 2011 ที่ 23:58

      ยินดีครับ ถึงแม้จะได้เรียนที่ปัญโญทัยหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่ได้รับและนำไปปฏิบัติก็จะเป็นประโยชน์แน่นอนครับ
      นอกจากจะเป็นประโยชน์กับการเลี้ยงดูลูกไของเราแล้ว ยังส่งผลให้เราได้ปรับเปลี่ยนแนวคิดวิธีใช้ชีวิตของเราเองด้วย
      อย่างที่ผมตั้งชื่อเว็บว่า โรงเรียนลูก โรงเรียนพ่อแม่
      หวังว่าจะได้พบกันที่โรงเรียนในไม่ช้านี้นะครับ

    Mrs Sansanee Krairiksh said:
    ตุลาคม 10, 2012 ที่ 11:30

    ขอสมัครเข้าเป็นผู้สนใจในข้อมูลและแนวทางของการศึกษาแนววอลดรอร์ฟโดยหมอพรค่ะ sansanee krairiksh -facebook

      Blue Blog responded:
      ตุลาคม 12, 2012 ที่ 09:04

      ยินดีครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจ เพียงแต่ช่วงหลังๆนี่ ผู้ดูแลเว็บอาจมีเวลาเข้ามาอัพเดทน้อยไปบ้าง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s