Archive

Archive for the ‘โนมผู้อารักษ์’ Category

โนมผู้อารักษ์ บทที่7 หีบสมบัติ

มิถุนายน 24, 2009 Blue Blog 1 comment

01editผมได้รับต้นฉบับแปลหนังสือนิทาน โนมผู้อารักษ์ จากครูจงกลนี(ครูเด่ครูประจำชั้นป.1โรงเรียนปัญโญทัย) ซึ่งแปลโดย น้าภาคย์(ชื่อที่ผู้แปลให้ใช้เรียก) ซึ่งได้มีการจัดพิมพ์จำหน่ายไว้แล้ว แต่ผู้แปลยินดีให้นำมาเผยแพร่ในเว็บไซด์แห่งนี้ เพื่อให้ผู้อ่านในวงกว้างได้มีโอกาสอ่านและนำไปเล่าต่อให้ลูกหลานฟัง ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสนี้ โดยจะทยอยนำมาลงเป็นตอนๆไป และหากท่านสนใจสามารถหาซื้อฉบับพิมพ์ทั้งเล่มได้ที่ห้องธุรการ โรงเรียนปัญโญทัย หรือที่คุณครูจงกลนี

ในตอนท้ายของหนังสือผู้แปลได้บันทึกไว้ว่า

พวกเราเห็นพ้องต้องกันว่า นิทานเป็นอาหารใจ ทุกครั้งที่เราได้ฟังเรารู้สึกอิ่มเอิบ เมื่อเราพบเรื่องราวเหล่านี้ซึ่งเล่าโดย Ms. Margaret Peckham โดยมีชื่อว่า Nature Stories เป็นเรื่องที่มีคุณค่า ควรแก่การเล่าต่อ ทางสำนักพิมพ์ Mercury Press ก็เห็นดีด้วยจึงอนุญาตให้เราแปลเป็นภาษาไทย

 

หีบสมบัติ

เช้าวันหนึ่งในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ  บ๊อบบี้ตัวน้อยลุกขึ้นจากเตียงผิดฝั่ง เขาพูดเสียงดังกับแม่และไม่ยอมรีบใส่เสื้อผ้า เมื่อเขาลงไปทานอาหารเช้า เขาทำนมหกและกินข้าวไม่หมด เมื่อถึงเวลาที่เขาไปเล่นข้างนอกในสวน เขารู้สึกอยากซุกซนมากจริงๆ  ดังนั้นเมื่อแม่พูดว่า “อย่าไปเล่นไกลจากบ้าน” เขาแค่ตอบว่า “เออ” และทันทีที่แม่ปิดประตู บ๊อบบี้วิ่งลงถนนทันทีและเข้าสู่ป่า

ป่าช่างงดงามมากเมื่อใส่ชุดฤดูใบไม้ผลิ ต้นไม้ถูกคลุมด้วยใบไม้สีเขียวอ่อนๆและนกกำลังร้องเพลงกับคู่ของมันซึ่งกำลังนั่งอยู่ในรัง บนพื้นดินดอกไม้ต่างเติบโตแต่งแต้มด้วยสีสันหลากหลายทั้ง สีขาว สีชมพู  สีเหลือง และสีม่วงซ่อนอยู่ในเงา แต่บ๊อบบี้ไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งสวยงามเหล่านี้เลย เขากำลังมองหาความซุกซน และในชั่วประเดี๋ยวเดียวเขาก็เห็นดวงตาใหญ่คู่หนึ่งกำลังมองเขาจากใต้พุ่มไม้ และเขาก็รีบวิ่งไปคว้าเจ้ากระต่ายน้อยสีน้ำตาลซึ่งกำลังนั่งอยู่ตรงนั้น แต่เจ้ากระต่ายน้อยก็ไม่ได้นั่งคอยเขา มันวิ่งออกตัวทันที พวงหางขาวเล็กๆลอยขึ้นบนอากาศ บ๊อบบี้วิ่งตามอย่างเร็ว แต่เจ้ากระต่ายน้อยกระโดดได้เร็วกว่า และเพราะเขาไม่ได้ดูว่าเขากำลังไปทางไหน สิ่งแรกที่เกิดขึ้นก็คือ “ ตู๊ม” เขาตกไปบนพื้นโคลนเปียกถึงเข่า แน่นอน เจ้ากระต่ายน้อยกระโดดตัวเบาข้ามพื้นดินโคลนนี้ได้และหายตัวไป บ๊อบบี้จึงต้องลุยข้ามด้วยรองเท้าที่เปียกชุ่ม เขาเริ่มเตะพืชสีน้ำตาลและสีเขียวต้นเล็กๆที่ขึ้นอยู่โดยรอบพื้นเปียกนี้และมองดูราวกับเป็นบ้านตลกหลังจิ๋วพร้อมหลังคาโค้ง และเมื่อมั่นใจพอว่าเป็นบ้านซึ่งมีหน้าซีดๆเล็กๆโผล่ออกมามองเขาอย่างกระทันหัน และเสียงเล็กๆพูดว่า “ใครกันกำลังพังบ้านพวกเรา” และมีเงือกน้อยตัวหนึ่งซึ่งอยู่ในชุดเหมือนน้ำสีฟ้าจาง เธอออกมาและร้องว่า Read more…

โนมผู้อารักษ์ บทที่6 ผีเสื้อแสนสวย

มิถุนายน 18, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

01editผมได้รับต้นฉบับแปลหนังสือนิทาน โนมผู้อารักษ์ จากครูจงกลนี(ครูเด่ครูประจำชั้นป.1โรงเรียนปัญโญทัย) ซึ่งแปลโดย น้าภาคย์(ชื่อที่ผู้แปลให้ใช้เรียก) ซึ่งได้มีการจัดพิมพ์จำหน่ายไว้แล้ว แต่ผู้แปลยินดีให้นำมาเผยแพร่ในเว็บไซด์แห่งนี้ เพื่อให้ผู้อ่านในวงกว้างได้มีโอกาสอ่านและนำไปเล่าต่อให้ลูกหลานฟัง ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสนี้ โดยจะทยอยนำมาลงเป็นตอนๆไป และหากท่านสนใจสามารถหาซื้อฉบับพิมพ์ทั้งเล่มได้ที่ห้องธุรการ โรงเรียนปัญโญทัย หรือที่คุณครูจงกลนี

ในตอนท้ายของหนังสือผู้แปลได้บันทึกไว้ว่า

พวกเราเห็นพ้องต้องกันว่า นิทานเป็นอาหารใจ ทุกครั้งที่เราได้ฟังเรารู้สึกอิ่มเอิบ เมื่อเราพบเรื่องราวเหล่านี้ซึ่งเล่าโดย Ms. Margaret Peckham โดยมีชื่อว่า Nature Stories เป็นเรื่องที่มีคุณค่า ควรแก่การเล่าต่อ ทางสำนักพิมพ์ Mercury Press ก็เห็นดีด้วยจึงอนุญาตให้เราแปลเป็นภาษาไทย

ผีเสื้อแสนสวย

 ตลอดฤดูหนาวอันยาวนาน เมล็ดพันธุ์น้อยและหน่ออ่อนต่างพากันหลับใหลอยู่ในผืนดิน สิ่งห่อหุ้มสีน้ำตาลพันแน่นรอบดอกไม้แสนสวยซึ่งจะบานออกในช่วงเวลาฤดูใบไม้ผลิ และในขณะที่พวกเขากำลังหลับใหลใต้ผืนดิน เหนือขึ้นไปยังมีรังไหมสีเทาประหลาดเล็กๆแกว่งอยู่ท่ามกลางลมหนาว มันแขวนห้อยกับกิ่งไม้แห้งเล็กๆ ในฤดูใบไม้ร่วง ดักแด้น้อยได้ปั่นทอรังไหมรอบๆตัวเองและผูกตัวติดกับกิ่งไม้ ภายในรังไหม เจ้าดักแด้น้อยหลับฝันถึงแสงตะวันที่มันรัก วันหนึ่งขณะที่มันกำลังฝันและแกว่ง มันเริ่มรู้สึกถึงความอบอุ่นอีกครั้ง  มันจึงตัดสินใจที่จะออกไปสู่โลก ขณะที่มันยื่นจมูกออกไปตรงปลายรังไหม มันมองรอบๆตัวเห็นเหล่าภูตแห่งดวงตะวันส่องแสงสดใส และพวกเขาพูดกับมันอย่างนุ่มนวลว่า Read more…

โนมผู้อารักษ์ บทที่5 เด็กหญิงน้อยในป่า

มิถุนายน 14, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

01editผมได้รับต้นฉบับแปลหนังสือนิทาน โนมผู้อารักษ์ จากครูจงกลนี(ครูเด่ครูประจำชั้นป.1โรงเรียนปัญโญทัย) ซึ่งแปลโดย น้าภาคย์(ชื่อที่ผู้แปลให้ใช้เรียก) ซึ่งได้มีการจัดพิมพ์จำหน่ายไว้แล้ว แต่ผู้แปลยินดีให้นำมาเผยแพร่ในเว็บไซด์แห่งนี้ เพื่อให้ผู้อ่านในวงกว้างได้มีโอกาสอ่านและนำไปเล่าต่อให้ลูกหลานฟัง ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสนี้ โดยจะทยอยนำมาลงเป็นตอนๆไป และหากท่านสนใจสามารถหาซื้อฉบับพิมพ์ทั้งเล่มได้ที่ห้องธุรการ โรงเรียนปัญโญทัย หรือที่คุณครูจงกลนี

ในตอนท้ายของหนังสือผู้แปลได้บันทึกไว้ว่า

พวกเราเห็นพ้องต้องกันว่า นิทานเป็นอาหารใจ ทุกครั้งที่เราได้ฟังเรารู้สึกอิ่มเอิบ เมื่อเราพบเรื่องราวเหล่านี้ซึ่งเล่าโดย Ms. Margaret Peckham โดยมีชื่อว่า Nature Stories เป็นเรื่องที่มีคุณค่า ควรแก่การเล่าต่อ ทางสำนักพิมพ์ Mercury Press ก็เห็นดีด้วยจึงอนุญาตให้เราแปลเป็นภาษาไทย

 

บทที่ 5   เด็กหญิงน้อยในป่า

 

วันหนึ่งในช่วงต้นแห่งฤดูใบไม้ผลิ มีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งชื่อว่า ‘แซลลี่’ เธอออกเดินจากตัวเมืองไปเยี่ยมปู่ที่อาศัยอยู่ในชนบท  ปู่มีบ้านหลังเล็กๆใกล้ๆกับป่าใหญ่ เมื่อเกือบจะถึงที่หมาย เธอวิ่งไปตามทางเดินเล็กๆที่ไปสู่ป่าเพื่อหาสิ่งต่างๆที่เธอเจอที่นั่นเมื่อฤดูร้อนที่แล้ว ตอนนั้นมีทั้งผลไม้ป่าเล็กๆ  นกป่า  สัตว์ตัวเล็กๆ และดอกไม้ป่าแสนสวย แต่ตอนนี้เมื่อแซลลี่มาถึงป่า สิ่งที่เธอเห็น ต้นไม้หม่นๆแสนเศร้าปราศจากใบ และพื้นดินสีน้ำตาลเทาที่ถูกปกคลุมด้วยใบไม้ปราศจากชีวิต เธอมองไปรอบตัว แม้กระทั่งเขี่ยดูข้างใต้ใบไม้สีน้ำตาล แต่เธอก็ไม่พบดอกไม้เลย ไม่มีนกร้องเพลง  มันช่างน่าเศร้าและหงอยเหงามากจนเด็กน้อยเริ่มร้องไห้ ในทันใดนั้น เธอรู้สึกถึงมืออันแสนอ่อนโยนและอบอุ่นสัมผัสบนไหล่ของเธอ  เธอได้ยินเสียงนุ่มถามว่า Read more…

Categories: โนมผู้อารักษ์ ป้ายกำกับ:

โนมผู้อารักษ์ บทที่4 สัญญาณแรกแห่งฤดูใบไม้ผลิ

มิถุนายน 8, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

01editผมได้รับต้นฉบับแปลหนังสือนิทาน โนมผู้อารักษ์ จากครูจงกลนี(ครูเด่ครูประจำชั้นป.1โรงเรียนปัญโญทัย) ซึ่งแปลโดย น้าภาคย์(ชื่อที่ผู้แปลให้ใช้เรียก) ซึ่งได้มีการจัดพิมพ์จำหน่ายไว้แล้ว แต่ผู้แปลยินดีให้นำมาเผยแพร่ในเว็บไซด์แห่งนี้ เพื่อให้ผู้อ่านในวงกว้างได้มีโอกาสอ่านและนำไปเล่าต่อให้ลูกหลานฟัง ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสนี้ โดยจะทยอยนำมาลงเป็นตอนๆไป และหากท่านสนใจสามารถหาซื้อฉบับพิมพ์ทั้งเล่มได้ที่ห้องธุรการ โรงเรียนปัญโญทัย หรือที่คุณครูจงกลนี

ในตอนท้ายของหนังสือผู้แปลได้บันทึกไว้ว่า

พวกเราเห็นพ้องต้องกันว่า นิทานเป็นอาหารใจ ทุกครั้งที่เราได้ฟังเรารู้สึกอิ่มเอิบ เมื่อเราพบเรื่องราวเหล่านี้ซึ่งเล่าโดย Ms. Margaret Peckham โดยมีชื่อว่า Nature Stories เป็นเรื่องที่มีคุณค่า ควรแก่การเล่าต่อ ทางสำนักพิมพ์ Mercury Press ก็เห็นดีด้วยจึงอนุญาตให้เราแปลเป็นภาษาไทย

บทที่ 4

สัญญาณแรกแห่งฤดูใบไม้ผลิ

 

ตลอดช่วงฤดูหนาวอันยาวนาน พระแม่ธรณีกำลังหลับใหลและฝันดี เมล็ดพันธุ์น้อยและหน่ออ่อนก็กำลังหลับอย่างปลอดภัยในอ้อมกอดของพระแม่ธรณีด้วยเช่นกัน และเหล่าต้นไม้ก็คอยเฝ้าดูแลจากยอดไม้สูงพุ่งขึ้นเสียดฟ้า ตลอดฤดูหนาว   พระแม่ธรณี เมล็ดพันธุ์น้อยและหน่ออ่อนทั้งหลายต่างหลับไหล เฝ้าฝันถึงแสงตะวันส่องสดใสในเวลากลางวัน และแสงจันทน์อันนุ่มนวลในเวลากลางคืนพร้อมด้วยเหล่าดวงดาราเล็กๆทั้งหลายที่ส่องประกายทั่วท้องนภาในยามค่ำคืน ตลอดฤดูหนาว  เหล่าโนมตัวเล็กๆต่างเฝ้าดูเมล็ดพันธุ์น้อยและหน่ออ่อนและรากยาวๆของต้นไม้สูงทั้งหลาย พวกเขาก็ต่างเฝ้าคอยเวลาแห่งฤดูใบไม้ผลิเพราะเป็นเวลาที่พวกเขาจะปรุงน้ำซุปรสเลิศสำหรับรากของต้นไม้สูงและสำหรับเมล็ดพันธุ์น้อยและหน่ออ่อนด้วย

เมื่อเหล่าภูตแห่งดวงตะวันเริ่มกลับมาจากทิศใต้ เหล่าภูตก็เริ่มที่จะให้ความอบอุ่นแก่โลกอันแสนหนาวเย็น และโนมตัวเล็กทั้งหลายก็รู้ว่าฤดูใบไม้ผลิกำลังจะมาถึงในไม่ช้านี้ ดังนั้น พวกเขาจึงถามต้นไม้สูงว่า Read more…

โนมผู้อารักษ์ บทที่3 ลำธารน้อยไม่พอใจ

มิถุนายน 5, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

01editผมได้รับต้นฉบับแปลหนังสือนิทาน โนมผู้อารักษ์ จากครูจงกลนี(ครูเด่ครูประจำชั้นป.1โรงเรียนปัญโญทัย) ซึ่งแปลโดย น้าภาคย์(ชื่อที่ผู้แปลให้ใช้เรียก) ซึ่งได้มีการจัดพิมพ์จำหน่ายไว้แล้ว แต่ผู้แปลยินดีให้นำมาเผยแพร่ในเว็บไซด์แห่งนี้ เพื่อให้ผู้อ่านในวงกว้างได้มีโอกาสอ่านและนำไปเล่าต่อให้ลูกหลานฟัง ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสนี้ โดยจะทยอยนำมาลงเป็นตอนๆไป และหากท่านสนใจสามารถหาซื้อฉบับพิมพ์ทั้งเล่มได้ที่ห้องธุรการ โรงเรียนปัญโญทัย หรือที่คุณครูจงกลนี

ในตอนท้ายของหนังสือผู้แปลได้บันทึกไว้ว่า

พวกเราเห็นพ้องต้องกันว่า นิทานเป็นอาหารใจ ทุกครั้งที่เราได้ฟังเรารู้สึกอิ่มเอิบ เมื่อเราพบเรื่องราวเหล่านี้ซึ่งเล่าโดย Ms. Margaret Peckham โดยมีชื่อว่า Nature Stories เป็นเรื่องที่มีคุณค่า ควรแก่การเล่าต่อ ทางสำนักพิมพ์ Mercury Press ก็เห็นดีด้วยจึงอนุญาตให้เราแปลเป็นภาษาไทย

บทที่ 3

ลำธารน้อยไม่พอใจ 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งอาศัยอยู่ตามลำพังกับพ่อและแม่ของเขาในชายป่า ตรงเชิงเขาอันยิ่งใหญ่ เด็กชายคนนี้ไม่มีเด็กอื่นเป็นเพื่อนเล่นเลย แต่เขาก็ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เพราะเขามีเหล่านกและสัตว์ป่าทั้งหลายเป็นเพื่อนนั่นเอง เขาเล่นอยู่นอกบ้านตลอดทั้งวัน ในฤดูดอกไม้ผลิ และในฤดูร้อน ในฤดูที่ใบไม้ร่วงหล่นและในฤดูหนาวที่มีหิมะ เมื่อเด็กน้อยเล่นกับเจ้ากระรอก เหล่ากระรอกก็จะชี้ให้ดูว่าพวกมันซ่อนเมล็ดถั่วไว้ที่ใดบ้างและยังแบ่งปันเมล็ดถั่วให้เด็กน้อยด้วย  

เมื่อเด็กน้อยเล่นกับเจ้านก เหล่านกก็จะชี้ให้ดูว่าพวกมันจะหาผลไม้เล็กๆสุกฉ่ำได้ที่ใดบ้างและยังแบ่งปันผลไม้เล็กๆให้เด็กน้อยด้วย เมื่อเหล่านกและสัตว์ป่ากำลังยุ่ง หรือเด็กน้อยรู้สึกเหนื่อยล้า เขาก็จะไปหาสหายอีกสิ่งหนึ่ง สหายนี้ก็คือลำธารเล็กที่มีจุดเริ่มต้นจากที่ใดซักแห่งสูงขึ้นไปบนภูเขา และกระโดดลงมาจากหินก้อนหนึ่งไปยังอีกก้อนหนึ่ง และวิ่งไหลอย่างรวดเร็วเหนือพื้นพิภพ จนกระทั่งไปสิ้นสุดที่มหาสมุทร เด็กน้อยรักที่จะเฝ้าดูเพื่อนลำธารนี้วิ่งและกระโดดลงจากภูเขา Read more…

โนมผู้อารักษ์ บทที่2 โนมตัวที่สอง

มิถุนายน 3, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

01editผมได้รับต้นฉบับแปลหนังสือนิทาน โนมผู้อารักษ์ จากครูจงกลนี(ครูเด่ครูประจำชั้นป.1โรงเรียนปัญโญทัย) ซึ่งแปลโดย น้าภาคย์(ชื่อที่ผู้แปลให้ใช้เรียก) ซึ่งได้มีการจัดพิมพ์จำหน่ายไว้แล้ว แต่ผู้แปลยินดีให้นำมาเผยแพร่ในเว็บไซด์แห่งนี้ เพื่อให้ผู้อ่านในวงกว้างได้มีโอกาสอ่านและนำไปเล่าต่อให้ลูกหลานฟัง ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสนี้ โดยจะทยอยนำมาลงเป็นตอนๆไป และหากท่านสนใจสามารถหาซื้อฉบับพิมพ์ทั้งเล่มได้ที่ห้องธุรการ โรงเรียนปัญโญทัย หรือที่คุณครูจงกลนี

ในตอนท้ายของหนังสือผู้แปลได้บันทึกไว้ว่า

พวกเราเห็นพ้องต้องกันว่า นิทานเป็นอาหารใจ ทุกครั้งที่เราได้ฟังเรารู้สึกอิ่มเอิบ เมื่อเราพบเรื่องราวเหล่านี้ซึ่งเล่าโดย Ms. Margaret Peckham โดยมีชื่อว่า Nature Stories เป็นเรื่องที่มีคุณค่า ควรแก่การเล่าต่อ ทางสำนักพิมพ์ Mercury Press ก็เห็นดีด้วยจึงอนุญาตให้เราแปลเป็นภาษาไทย

 

บทที่ 2

โนมตัวที่สอง

อากาศเริ่มหนาวเย็นขึ้นจนพระราชาแห่งโนมต้องส่งโนมจิ๋วตัวที่สองขึ้นไปบนยอดของพื้นดินเพื่อจะบอกเหล่าเมล็ดพันธุ์น้อยๆว่าถึงเวลาเข้านอนแล้ว โนมตัวที่สองปีนผ่านความมืดมิดขึ้นไปจนกระทั่งมันมาถึงยอดของพื้นดิน ที่นั่นมันเห็นผลแอปเปิ้ลห้อยอยู่บนต้น มันร้องถามเหล่าแอปเปิ้ลว่า

“ลงมาเถิด ลงมาเถิด ถึงเวลาที่เมล็ดพันธุ์น้อยเข้านอนแล้ว”

แต่เจ้าแอปเปิ้ลไม่ได้ลงมา โนมตัวที่สองพยายามเขย่าต้นแต่ก็ไม่ได้ผลอะไร ต่อมา มันร้องเรียกดอกไม้ให้ส่งเมล็ดพันธุ์น้อยเข้านอน แต่เหล่าดอกไม้ก็ปิดฝักเมล็ดไว้อย่างแน่นหนาและไม่ได้ส่งเหล่าเมล็ดพันธุ์น้อยเข้านอนในเตียงแห่งพื้นดิน จากนั้นโนมตัวที่สองจึงเขย่าเหล่าดอกไม้ เขย่าแล้วเขย่าเล่าแต่พวกมันก็ไม่ยอมเปิดฝักเมล็ดออก  ดังนั้นโนมตัวที่สองจึงร้องเรียกพระพาย

“โอ้ พระพายเจ้าข้า โปรดช่วยพัดเขย่าแอปเปิ้ลจากต้นและเมล็ดจากฝักทีเถิด”

และพระพายก็พัดมาอย่างรวดเร็วและพูดว่า “อูอูว อูอูว” และท่านเขย่าต้นแอปเปิ้ลและท่านก็เขย่าฝักเมล็ด แต่ท่านก็ไม่สามารถทำให้ต้นแอปเปิ้ลและฝักเมล็ดหล่นลงมาได้

จากนั้น โนมตัวที่สองจ้องมองและเห็นดวงตะวัน ส่องประกายแสงอันอบอุ่นและอ่อนโยนลงมา เจ้าโนมจึงพูดว่า

“เจ้าแห่งดวงตะวัน  เจ้าข้า ฉันควรทำอย่างไร ฉันพยายามที่จะพาเมล็ดพันธุ์น้อยเข้านอนแล้ว แต่พวกเขาไม่ยอม”

“ข้าจะส่งเหล่าเมล็ดพันธุ์น้อยเข้านอนเอง” เจ้าแห่งดวงตะวัน ตอบด้วยรอยยิ้ม และท่านได้ร้องเรียกหาเหล่าภูตแห่งดวงตะวันที่อบอุ่นที่สุดและตรัสว่า Read more…

โนมผู้อารักษ์ บทที่1 โนมตัวเล็กที่สุด

พฤษภาคม 31, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

01editผมได้รับต้นฉบับแปลหนังสือนิทาน โนมผู้อารักษ์ จากครูจงกลนี(ครูเด่ครูประจำชั้นป.1โรงเรียนปัญโญทัย)  ซึ่งแปลโดย น้าภาคย์(ชื่อที่ผู้แปลให้ใช้เรียก)  ซึ่งได้มีการจัดพิมพ์จำหน่ายไว้แล้ว แต่ผู้แปลยินดีให้นำมาเผยแพร่ในเว็บไซด์แห่งนี้ เพื่อให้ผู้อ่านในวงกว้างได้มีโอกาสอ่านและนำไปเล่าต่อให้ลูกหลานฟัง ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสนี้ โดยจะทยอยนำมาลงเป็นตอนๆไป  และหากท่านสนใจสามารถหาซื้อฉบับพิมพ์ทั้งเล่มได้ที่ห้องธุรการ โรงเรียนปัญโญทัย หรือที่คุณครูจงกลนี

ในตอนท้ายของหนังสือผู้แปลได้บันทึกไว้ว่า

 พวกเราเห็นพ้องต้องกันว่า นิทานเป็นอาหารใจ  ทุกครั้งที่เราได้ฟังเรารู้สึกอิ่มเอิบ  เมื่อเราพบเรื่องราวเหล่านี้ซึ่งเล่าโดย Ms. Margaret Peckham โดยมีชื่อว่า Nature Stories  เป็นเรื่องที่มีคุณค่า ควรแก่การเล่าต่อ   ทางสำนักพิมพ์ Mercury Press    ก็เห็นดีด้วยจึงอนุญาตให้เราแปลเป็นภาษาไทย

คณะผู้จัดทำ

บทที่ ๑

โนมตัวเล็กที่สุด

 

ในฤดูใบไม้ร่วง เหล่าโนมตัวจิ๋วทั้งหลายต่างพากันทำงานวุ่นวายอยู่ลึกลงไปใต้ผืนดิน พวกมันกำลังตระเตรียมเตียงนอนแห่งพื้นดินสีน้ำตาลให้พร้อมสำหรับเหล่าเมล็ดพันธุ์น้อยๆ และพวกมันก็กำลังปรุงน้ำซุปรสเลิศเพื่อคอยป้อนเหล่าเมล็ดพันธุ์น้อยในฤดูหนาว  วันหนึ่งพระราชาแห่งโนมร้องเรียกหาโนมตัวที่เล็กที่สุดและตรัสว่า

“เจ้าจงขึ้นไปเหนือพื้นดินและดูว่า เมล็ดพันธุ์น้อยๆทั้งหลายพร้อมที่จะเข้านอนแล้วหรือยัง”

ดังนั้นเจ้าโนมตัวเล็กที่สุดก็ปีนป่ายขี้นไปผ่านชั้นดินที่มืดมิด มันไม่ต้องการแสงใดในการมองเพราะมันคุ้นเคยอยู่กับความมืดอยู่แล้ว เมื่อมันโผล่พ้นผืนดิน แสงช่างสว่างเจิดจ้าเสียจนเกือบทำให้มันตาบอด มันได้ยินเสียงนกกำลังบินอยู่เหนือหัว มันจึงร้องเรียกขึ้นไปว่า

“เมล็ดพันธุ์น้อยพร้อมที่จะเข้านอนแล้วหรือยัง” Read more…