การสอบ NT/O-NET

การคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยที่ยังคงเปลี่ยนแปลงกันอยู่ไม่จบสิ้น

Posted on Updated on

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมมีข้อสังเกตว่า หากเราสนใจติดตามอ่านข่าวในแวดวงการศึกษา เราจะพบว่ามีข่าวอยู่ประเด็นหนึ่งที่มีแต่ความสับสนว่าตกลงจะเป็นไงกันแน่ เรื่องที่ว่าคือกรรมวิธีการคัดเลือกเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาของรัฐ  เราจะเห็นการเปลี่ยนระบบกันแทบทุกปี ล่าสุดพึ่งปลายปีที่ผ่านมา ก็นำการสอบ Gat และ Pat เข้ามาแทนทีระบบเดิม ที่เรียกว่า Onet และAnet 

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็ตามมาด้วย ข้อท้วงติงจากคณะวิชานั้นบ้าง มหาวิทยาลัยนี้บ้าง  ว่าการถ่วงน้ำหนักในแต่ละกลุ่มวิชาที่ใช้สอบไม่เหมาะสมกับคุณสมบัติของเด็กที่คณะวิชานั้นๆต้องการ  บางคณะก็เลี่ยงไปรับตรงเองในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น บางคณะก็กำหนดเกณฑ์เพิ่มเติม ให้เด็กไปตามสอบบางวิชาเพิ่มขึ้น บางคณะก็รวมกลุ่มพวกสาขาเดียวกันในสถาบันอื่นๆ เพื่อยื่นข้อต่อรองในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข หรือบางทีก็ขู่ว่าต่อไปจะรับตรงเกือบทั้งหมด 

พวกเราในฐานะพ่อแม่ก็คงมึนไปกับเด็กๆที่ต้องติดตามข่าวอย่างไม่กระพริบตา เด็กๆที่เรียนอยู่ในโรงเรียนกระแสหลักทั่วๆไปที่ต้องเตรียมตัวเพื่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ต้องคอยตามตลอดว่าแต่ละวันจะมีเกณฑ์ใหม่ๆเปลี่ยนแปลงอะไรไปบ้าง  เด็กๆต้องเตรียมตัวกันเพื่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัยตั้งแต่ เรียนชั้น ม.3  ในวัยที่เค้ายังไม่พร้อมเลยที่จะบอกว่าอยากทำอาชีพไหน Read the rest of this entry »

GAT และPAT ระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย ปี2553

Posted on Updated on

ยังคงต่อเนื่องเรื่องการสอบสารพัดสอบ  ผมได้ไปค้นเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบล่าสุด แต่เป็นคนละอันกับการสอบ A-NET ที่กำลังมีข่าวยุ่งๆอยู่ตอนนี้ในหน้าหนังสือพิมพ์ และจะถูกใช้เป็นปีสุดท้าย

โดยการสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในปี 2553 ขอย้ำว่า 2553 หมายถึงอีกปีกว่าๆ  ได้มีการแปลงรูปจาก A-NET ในอดีต มาเป็นแบบใหม่ในชื่อว่า GATและ PAT

เด็กๆ ม.5 ที่ต้องการเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในปีหน้า(2553)   ต้องสมัครสอบ  GAT/PAT  กันไว้ตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว(2551)   เพื่อที่จะมีโอกาสเข้าสอบ ในปีนี้ (2552)  โดยสมัครครั้งเดียว และกำหนดไปเลยว่าจะสอบกี่ครั้ง จากทั้งหมด 3 ครั้ง      แต่ตอนหลังเปี่ยนแปลงให้สามารถสมัครเพื่อสอบ ครั้งที่ 2 และ 3 ได้อีก สำหรับคนที่ไม่ได้สมัครครั้งแรกไว้

ผมอ่านแล้วก็มึนมากครับ ทำไมถึงได้สามารถคิดค้นนวัตกรรมได้ซับซ้อนขนาดนี้  แต่ยังไม่หมดครับ ยังมีรายละเอียดการให้ค่าน้ำหนัก แตกต่างกันไปตามความต้องการของแต่ละคณะ โดยเอาคะแนน GPAX.   GPA.  O-NET  มาใช้คิดค่าน้ำหนักด้วย

หมายเหตุ : ถ้าเป็นไปตามนี้ ก็หมายความว่าเด็กๆชั้นม.5 ในโรงเรียนทั่วไป ก็ได้สมัครสอบกันไปแล้ว เพื่อที่จะเข้าสอบครั้งแรกกันในช่วงเดือน มีนาคม 2552 ที่จะถึงนี้  ขณะเดียวกัน กลุ่มคณะแพทยศาสตร์หลายมหาวิทยาลัย ก็บอกว่าไม่สนใจคะแนนการสอบ GAT/PAT แต่จะจัดสอบเอง 

ผมไปหาข้อมูลมาจากเว็บไซด์ หนังสือพิมพ์แห่งหนึ่ง    ลองอ่านรายละเอียดดูครับ

Read the rest of this entry »

ข่าวO-NETและGPA “สพฐ.ทำคู่มือมาตรฐานประเมินผลการเรียน” [9 ก.พ. 52 - 04:39]

Posted on Updated on

ไปอ่านข่าวนี้จากหน้าการศึกษา นสพ.ไทยรัฐ  เห็นว่าเกี่ยวข้องกันกับเรื่องการประเมินผลการเรียนของ สพฐ.  จากเนื้อข่าวจะเห็นว่า มีความไม่ค่อยมั่นใจกับการให้เกรด ( GPA) ของแต่ละโรงเรียน ว่ามีมาตรฐานมากน้อยแค่ไหน  เลยมีแนวคิดที่จะนำคะแนน O-NET  (ซึ่งจัดสอบโดยหน่วยงานอื่น) มาเป็นตัวเปรียบเทียบเพื่อถ่วงน้ำหนัก กับเกรดของโรงเรียน  ผมคัดลอกนำมาลงให้อ่าน เป็นข้อมูลเพิ่มเติม อย่างน้อยเราก็ได้รู้ๆไว้ว่าเค้ากำลังทำอะไรกันอยู่  เพื่อที่เราจะได้หาจุดเชื่อมโยงกับระบบและกลไกภายนอกได้โดยไม่ลดทอนการทำตามความเชื่อในการรศึกษาแบบที่เราเลือก

 

แนะ สพฐ.ทำคู่มือมาตรฐานประเมินผลการเรียน
[ข่าวการศึกษา นสพ.ไทยรัฐ 9 ก.พ. 52 - 04:39]

ศ.ดร.ศิริชัย กาญจนวาสี คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานคณะวิจัยการนำคะแนนทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) มาปรับเทียบหรือถ่วงกับคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอด หลักสูตร ม.ปลาย (จีแพ็ก) ว่า ตนจะนัดหารือร่วมกับผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในเร็วๆนี้ว่า จะมีแนวทางในการวิจัยต่อเนื่องอย่างไร เพราะเรื่องนี้ต้องมีการติดตามต่อในปีการศึกษา 2551-2553 เพื่อให้ไปสู่เป้าหมายในการวัดและประเมินผลของโรงเรียนให้ได้มาตรฐานใกล้เคียงกันมากขึ้น โดยจากผลการวิจัยในชุดแรกทำให้ได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นแล้วว่าโรงเรียนในสังกัด สพฐ.มีประสิทธิภาพในการประเมินผลการเรียนการสอนอย่างไร และมีโรงเรียนใดปล่อยเกรด หรือกดเกรดบ้าง สำหรับการดำเนินการวิจัยต่อไป คงจะต้องแยกเป็นรายกลุ่มสาระทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เพื่อประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนในปีต่อๆไปว่าเป็นอย่างไร รวมทั้งติดตามพฤติกรรมการตัดเกรดของโรงเรียนด้วย อย่างไรก็ตาม ยอมรับ ว่า ในการพัฒนาการประเมินผลโรงเรียนให้ได้คุณภาพนั้น บางโรงเรียนอาจปรับตัวได้ช้าหรือเร็วแตกต่างกันออกไป ดังนั้น ตนจึงเห็นว่า สพฐ. ควรที่จะมีการจัดทำคู่มือมาตรฐานการประเมินผลการเรียนรู้ของโรงเรียน เพื่อช่วยให้โรงเรียนจัดทำระบบการวัดและประเมินผลได้อย่างมีคุณภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น

คณบดี คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวอีกว่า ตนเชื่อว่าหาก สพฐ.มีการจัดทำคู่มือ มาตรฐานการประเมินผลให้กับสถานศึกษา และสื่อสารให้เข้าใจตรงกัน จะนำไปสู่การ พัฒนาระบบการประเมินผลที่ได้มาตรฐานใกล้เคียงกันมากขึ้น จำนวนของโรงเรียนที่ ปล่อยเกรด และกดเกรดก็จะลดน้อยลง ซึ่งตนหวังว่า หากดำเนินได้ทัน ผลการนำคะแนนโอเน็ต ถ่วงจีพีเอในปีการศึกษา 2553 จะมีเสถียรภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ระบบ การติดตามประเมินผลสถานศึกษาเป็นเรื่องที่จะต้องเฝ้าระวังและคอยติดตามตลอด

แนวคิดต่อการจัดสอบNTและO-NET (Revision2)

Posted on Updated on

 ฉบับนี้เป็น  Revision 2  ปรับปรุงโดยให้ดูเบาลง และอ้างอิง พรบ การศึกษาแห่งชาติ พศ.2542 เข้าไปด้วย 

วันที่    กุมภาพันธ์  พศ.  2552

เรียน    ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เรื่อง    ขอความอนุเคราะห์ไม่ต้องจัดสอบ NT และ O-Net  ในโรงเรียนปัญโญทัย

        ตามที่พวกเราในฐานะพ่อแม่ของนักเรียนในโรงเรียนปัญโญทัย  ได้รับแจ้งว่าจะต้องจัดให้มีการสอบ NT และ O-NET   ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้  โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ   พวกเราพ่อแม่เห็นว่าการสอบดังกล่าวไม่สอดคล้องกับแนวคิดการจัดการศึกษาที่โรงเรียนปัญโญทัยใช้ดำเนินการอยู่   โดยมีเหตุผลอีกหลายประการ   ดังที่จะเรียนชี้แจงต่อไป

พ่อแม่ของเด็กนักเรียนในโรงเรียนปัญโญทัย  ได้ตัดสินใจนำลูกเข้าเรียนในโรงเรียนแห่งนี้  ก็เป็นเพราะเราเห็นด้วยกับการศึกษา แบบวอลดอร์ฟ  ซึ่งมีพื้นฐานจากแนวคิดมนุษยปรัชญา ที่โรงเรียนใช้เป็นแนวทางจัดการเรียนการสอน   และเชื่อว่าการศึกษาคือ การทำให้ผู้เรียนได้ค้นพบศักยภาพสูงสุดของตนเอง   ผ่านกระบวนการที่มุ่งพัฒนาทั้ง   เจตจำนง  อารมณ์ความรู้สึก และความคิด   โดยให้น้ำหนักมากน้อยสอดคล้องกับพัฒนาการตามวัยของเด็ก   จนนำไปสู่การจัดลำดับเนื้อหาในการสอน สาระที่เน้นในแต่ละช่วงวัยและช่วงชั้น รวมทั้งวิธีที่ใช้สอนทั้งในชั้นเรียนและนอกชั้นเรียน ที่แตกต่างจากโรงเรียนทั่วไป Read the rest of this entry »

แนวคิดต่อการจัดสอบNTและO-NET (Revision1)

Posted on Updated on

ร่าง จดหมายฉบับนี้กลุ่มพ่อแม่ในโรงเรียนปัญโญทัย ทำขึ้นเพื่อยื่นต่อกระทรวงศึกษาธิการ ในการแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการจัดสอบNTและO-NET  โดยจะลงชื่อกันในวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ และคาดว่าจะนำไปยื่นในสัปดาห์หน้า

วันที่    6  กุมภาพันธ์  พศ.  2552

เรียน    ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เรื่อง    แสดงความเห็นต่อการจัดสอบสอบ NT และ O-Net  

        ตามที่พวกเราในฐานะพ่อแม่ของนักเรียนในโรงเรียนปัญโญทัย  ได้รับแจ้งว่าทางโรงเรียนจะต้องจัดให้มีการสอบ NT และ O-NET   ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้  ซึ่งเป็นไปตามที่ได้รับแจ้งจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ   พวกเราพ่อแม่ไม่เห็นด้วยกับการให้ลูกเข้าสอบ  ซึ่งก็สอดคล้องกับแนวคิดของทางโรงเรียนปัญโญทัย   ด้วยเหตุผลหลายประการ   ดังที่จะเรียนชี้แจงต่อไป Read the rest of this entry »

แนวคิดต่อการสอบ NT ของโรงเรียนปัญโญทัย

Posted on Updated on

เมื่อวันพุธที่ 28 มกราคม 2552 โรงเรียนปัญโญทัย โดยคุณหมอพร ได้นัดประชุมตัวแทนผู้ปกครองแต่ละชั้น เพื่อชี้แจงท่าทีของโรงเรียนต่อการจัดสอบ NT ของ สพฐ. พร้อมทั้งเพื่อสอบถามความเห็นของตัวแทนผู้ปกครอง ต่อเรื่องดังกล่าว 

ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมด้วย จึงขอสรุปประเด็นสำคัญที่คุณหมอพรได้แจ้งแนวคิดและความเห็นของโรงเรียนไว้ ทั้งนี้บางส่วนผมได้ขยายความเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจมากขึ้น

  1. ในการสอบ NTข้อสอบและวิธีประเมินผลเป็นลักษณะมาตรฐานเดียวกันใช้กับทุกโรงเรียน  แต่โรงเรียนปัญโญทัย มีกระบวนการจัดการเรียนการสอน และวิธีการวัดผลที่แตกต่างไปจาก โรงเรียนในกระแสหลักของกระทรวงฯ   โดยเฉพาะการที่เราจัดเนื้อหาและวิธีการที่สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กตามแนวคิดของการศึกษาวอลดอร์ฟ   แต่เนื้อหาบางอย่างจัดลำดับการสอนแตกต่างจากโรงเรียนทั่วไป  บางวิชาเราอาจมีเนื้อหาที่ลึกซึ้งและเข้มข้นกว่า  ขณะที่บางวิชาอาจมีเนื้อหาน้อยกว่า แต่ก็อยู่บนพื้นฐานความเหมาะสมตามความเชื่อในการศึกษาแบบวอลดอร์ฟ รวมไปถึงวิธีการในการนำเสนอในชั้นเรียนก็อาจไม่ตรงกับโรงเรียนทั่วๆไป นอกจากนั้นการให้การศึกษาของโรงเรียนยังครอบคลุมไปถึงพัฒนาการด้านอื่นๆด้วย
  2. โรงเรียนมีความเชื่อว่าการให้เด็กเล็กโดยเฉพาะในชั้นป.3 เข้าสอบนั้นเป็นการสร้างแรงกดดันแก่เด็กเล็กเกินไป Read the rest of this entry »

O-NET หรือ NT คืออะไร

Posted on Updated on

หลังการประชุมเรื่่องการสอบ NT ที่โรงเรียนปัญโญทัยเมื่อวันที่ 28มกราคม 2552 ที่ผ่านมา  ไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจนได้ข้อมูลชุดนี้มา เพื่อจะทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่า NT  และ O-NET คืออะไรกัน ลองอ่านดูครับ

ได้ข้อมูลจากเว็บไซด์     http://krulilly.truelife.com/view.jsp?id=20080921122249305582

 

O-NET หรือ  NT  คืออะไร

  • NT และ O-NET  เป็นการทดสอบที่มีจุดหมายเดียวกัน คือประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของนักเรียนแต่ละโรงเรียน  เพื่อนำข้อมูลมาทำแผนพัฒนานักเรียนให้สามารถอ่านออกเขียนได้  รู้จักคิดวิเคราะห์  เป็นการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนแต่ละช่วงชั้น  เมื่อเรียนครบ 3 ปี โดยจะทดสอบที่ชั้นสูงสุดของช่วงชั้นนั้นๆ 
  • การสอบ O-NET และ  NT ใช้ข้อสอบมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ  แต่ หน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดสอบ O-NET และ  NT  เป็นคนละหน่วยงานกัน  และ การสอบทั้งสองแบบ นักเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ   
  • NT หรือ  National Test  จัดสอบโดย สพฐ. หรือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ส่วน O-NET จัดสอบโดย สทศ. หรือสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ 
  • ระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยแบ่งเป็น 4 ช่วงชั้น (12 ปี) คือ ช่วงชั้นที่ 1 (ป.1-ป.3) ช่วงชั้นที่ 2 (ป.4-ป.6) ช่วงชั้นที่ 3 (ม.1-ม.3) และช่วงชั้นที่ 4 (ม.4-ม.6)
  • ในปีการศึกษา 2551 สพฐ. จะจัดสอบให้กับนักเรียนในช่วงชั้นที่ 1 หรือ ป.3  ส่วน สทศ. จะจัดสอบให้กับนักเรียนชั้น ป.6 ม.3 และ ม.6
  • ม.6 จะใช้ศูนย์สอบมหาวิทยาลัย 20 แห่ง  สอบวิชา สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ สุขศึกษา ศิลปะ  และการเงินอาชีพฯ รวม 8 กลุ่มสาระฯ
  • ม.3  ใช้โรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่เป็นสนามสอบ สอบวิชา ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา
  • ป.6 สอบในโรงเรียนที่นักเรียนเรียนอยู่ สอบวิชา ภาษาไทย คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์  Read the rest of this entry »

สพฐ.จัดสอบ NT นักเรียน ป.3ให้อ่านออกเสียง เขียนเรียงความ และคิดเลข

Posted on Updated on

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552  คุณหมอพรนัดประชุมตัวแทนผู้ปกครองแต่ละห้อง เพื่อแจ้งแนวทางและท่าทีของโรงเรียนปัญโญทัยต่อการสอบ NT ของ สพฐ. 

ผมได้ไปค้นหาข้อมูลและข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ จากเว็บไซด์ผู้จัดการออนไลน์ ลองอ่านดูครับ

สพฐ.จัดสอบ NT นักเรียน ป.3 จำนวน 8.6 แสนคน 19 ก.พ.52 นี้ โดยใช้ข้อสอบปรนัย กำหนดให้นักเรียนสอบอ่านออกเสียง เขียนเรียงความ และคิดเลข
       
       นางจิตตรียา ไชยศรีพรหม ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้ สพฐ.เตรียมจัดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หรือ National test (NT) ประจำปีการศึกษา 2551 ในระดับชั้น ป.3 ซึ่งมีนักเรียนอยู่ประมาณ 860,000 คน จาก 32,000 โรงเรียนเข้าสอบทุกคน ใน 3 รายวิชา ได้แก่ วิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์
       
       ส่วนการจัดสอบในปีนี้จะแตกต่างจากทุกๆ ปีที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้จะใช้ข้อสอบปรนัยเท่านั้น เพราะฉะนั้น นักเรียนจะเดาคำตอบไม่ได้แล้ว เชื่อว่าผลการทดสอบจะสะท้อนความจริงของนักเรียน ประกอบกับ สพฐ.ต้องการข้อมูลการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน จึงได้เพิ่มการทดสอบภาคปฏิบัติให้นักเรียนอ่านออกเสียงต่อหน้ากรรมการ ให้เขียนเรียงความและคิดเลขด้วย การทดสอบทั้ง 3 ส่วนนี้จะช่วยวัดความสามารถในการอ่านออก เขียนได้ และคิดเลขจริงของนักเรียนเป็นรายคน
       
       นอกจากการจัดสอบ NT ระดับชั้น ป.3 ทาง สพฐ.มีโครงการวิจัยในยุทธศาสตร์ปรับปรุงการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษด้วย ซึ่ง สพฐ.จะสุ่มสอบระดับชั้น ป.6 จำนวน 25% รวมทั้งหมด 250,000 คน ในวิชาภาษาอังกฤษ และวัดทักษะการคิดวิเคราะห์
       
       อีกทั้ง สพฐ.ยังมอบให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่ง จัดสอบนักเรียนชั้น ป.2 ป.5 และ ม.2 ทุกคนในพื้นที่ อย่างน้อย 2 วิชา คือ ภาษาไทยและคณิตศาสตร์ เพื่อนำข้อมูลนักเรียนทุกคน มาวางแผนพัฒนานักเรียนให้มีผลการเรียนดีขึ้นในปีถัดไป โดยมีเป้าหมายว่าปีสุดท้ายของแต่ละช่วงชั้นมีผลการเรียนดีขึ้น

ยังได้ไปค้นเจอการแสดงความเห็นของคุณครูหลายท่าน ในเว็บไซด์ ครูบ้านนอกดอทคอม  http://www.kroobannok.com/view.php?article_id=3656

ตามหลักทฤษฏีของนักวิชาการทั้งหลาย ..การวัดผลประเมินผล ให้วัดตามกลุ่ม ตามความสามารถของนักเรียน…คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล..พอวัดระดับชาติ…วัดแบบเหมาจ่าย….ไม่ได้วัดตาม CAR สุดท้ายเป็นไง…คาที่…ครับท่าน….นี่แหละการศึกษาไทย…หาสิ่งที่แน่นอนไม่ได้ กรรมตกที่นักเรียน5555555

คนหนอคน….สร้างกฎเกณฑ์มาวัดกัน…..สร้างความเครียด….เร่งความตาย…เอาอะไรนักหนากับชีวิต….วัดแล้วได้อะไร…..สะใจใช่ไหม….เห็นโรงเรียนนี้ตก….โรงเรียนนี้ได้

ไปค้นเจอตัวอย่างข้อสอบ NT ลองคลิกเข้าไปดูครับ   http://www.dekgeng.com/sci/nt-sci-003-1.htm