หน้าแรก > แนะนำหนังสือ, โนมผู้อารักษ์ > โนมผู้อารักษ์ บทที่7 หีบสมบัติ

โนมผู้อารักษ์ บทที่7 หีบสมบัติ

มิถุนายน 24, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น Go to comments

01editผมได้รับต้นฉบับแปลหนังสือนิทาน โนมผู้อารักษ์ จากครูจงกลนี(ครูเด่ครูประจำชั้นป.1โรงเรียนปัญโญทัย) ซึ่งแปลโดย น้าภาคย์(ชื่อที่ผู้แปลให้ใช้เรียก) ซึ่งได้มีการจัดพิมพ์จำหน่ายไว้แล้ว แต่ผู้แปลยินดีให้นำมาเผยแพร่ในเว็บไซด์แห่งนี้ เพื่อให้ผู้อ่านในวงกว้างได้มีโอกาสอ่านและนำไปเล่าต่อให้ลูกหลานฟัง ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสนี้ โดยจะทยอยนำมาลงเป็นตอนๆไป และหากท่านสนใจสามารถหาซื้อฉบับพิมพ์ทั้งเล่มได้ที่ห้องธุรการ โรงเรียนปัญโญทัย หรือที่คุณครูจงกลนี

ในตอนท้ายของหนังสือผู้แปลได้บันทึกไว้ว่า

พวกเราเห็นพ้องต้องกันว่า นิทานเป็นอาหารใจ ทุกครั้งที่เราได้ฟังเรารู้สึกอิ่มเอิบ เมื่อเราพบเรื่องราวเหล่านี้ซึ่งเล่าโดย Ms. Margaret Peckham โดยมีชื่อว่า Nature Stories เป็นเรื่องที่มีคุณค่า ควรแก่การเล่าต่อ ทางสำนักพิมพ์ Mercury Press ก็เห็นดีด้วยจึงอนุญาตให้เราแปลเป็นภาษาไทย

 

หีบสมบัติ

เช้าวันหนึ่งในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ  บ๊อบบี้ตัวน้อยลุกขึ้นจากเตียงผิดฝั่ง เขาพูดเสียงดังกับแม่และไม่ยอมรีบใส่เสื้อผ้า เมื่อเขาลงไปทานอาหารเช้า เขาทำนมหกและกินข้าวไม่หมด เมื่อถึงเวลาที่เขาไปเล่นข้างนอกในสวน เขารู้สึกอยากซุกซนมากจริงๆ  ดังนั้นเมื่อแม่พูดว่า “อย่าไปเล่นไกลจากบ้าน” เขาแค่ตอบว่า “เออ” และทันทีที่แม่ปิดประตู บ๊อบบี้วิ่งลงถนนทันทีและเข้าสู่ป่า

ป่าช่างงดงามมากเมื่อใส่ชุดฤดูใบไม้ผลิ ต้นไม้ถูกคลุมด้วยใบไม้สีเขียวอ่อนๆและนกกำลังร้องเพลงกับคู่ของมันซึ่งกำลังนั่งอยู่ในรัง บนพื้นดินดอกไม้ต่างเติบโตแต่งแต้มด้วยสีสันหลากหลายทั้ง สีขาว สีชมพู  สีเหลือง และสีม่วงซ่อนอยู่ในเงา แต่บ๊อบบี้ไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งสวยงามเหล่านี้เลย เขากำลังมองหาความซุกซน และในชั่วประเดี๋ยวเดียวเขาก็เห็นดวงตาใหญ่คู่หนึ่งกำลังมองเขาจากใต้พุ่มไม้ และเขาก็รีบวิ่งไปคว้าเจ้ากระต่ายน้อยสีน้ำตาลซึ่งกำลังนั่งอยู่ตรงนั้น แต่เจ้ากระต่ายน้อยก็ไม่ได้นั่งคอยเขา มันวิ่งออกตัวทันที พวงหางขาวเล็กๆลอยขึ้นบนอากาศ บ๊อบบี้วิ่งตามอย่างเร็ว แต่เจ้ากระต่ายน้อยกระโดดได้เร็วกว่า และเพราะเขาไม่ได้ดูว่าเขากำลังไปทางไหน สิ่งแรกที่เกิดขึ้นก็คือ “ ตู๊ม” เขาตกไปบนพื้นโคลนเปียกถึงเข่า แน่นอน เจ้ากระต่ายน้อยกระโดดตัวเบาข้ามพื้นดินโคลนนี้ได้และหายตัวไป บ๊อบบี้จึงต้องลุยข้ามด้วยรองเท้าที่เปียกชุ่ม เขาเริ่มเตะพืชสีน้ำตาลและสีเขียวต้นเล็กๆที่ขึ้นอยู่โดยรอบพื้นเปียกนี้และมองดูราวกับเป็นบ้านตลกหลังจิ๋วพร้อมหลังคาโค้ง และเมื่อมั่นใจพอว่าเป็นบ้านซึ่งมีหน้าซีดๆเล็กๆโผล่ออกมามองเขาอย่างกระทันหัน และเสียงเล็กๆพูดว่า “ใครกันกำลังพังบ้านพวกเรา” และมีเงือกน้อยตัวหนึ่งซึ่งอยู่ในชุดเหมือนน้ำสีฟ้าจาง เธอออกมาและร้องว่า

“โนม…โนมจ๊ะ มาช่วยพวกเราด้วย”

บ๊อบบี้รู้สึกกลัวมากเมื่อเขาได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งอย่างเร็วและเห็นขบวนของเหล่าโนมสีน้ำตาลกำลังวิ่งมา พวกมันไม่ได้พูดอะไรซักคำแต่ปีนขึ้นมาบนตัวบ๊อบบี้แล้วมัดสองมือเขาเข้าด้วยกัน ลากเขาตามหลังพวกมันไปสู่หลุมมืดใต้พื้นดิน พวกมันลากเขาไปตามทางเดินมืดๆไปสู่ห้องใหญ่ทำด้วยหินที่ซึ่งพระราชาแห่งโนมนั่งบนก้อนหินสูงและสวมมงกุฎทองอยู่บนศีรษะ โนมอีกตัวหนึ่งถือโคมไฟให้แสงส่องบ๊อบบี้ พระราชาแห่งโนมจ้องมองเขาและตรัสว่า

“โนมทั้งหลาย เจ้ามนุษย์นี้ทำความผิดอะไรหรือ”

“มันทำผิดสามข้อพะยะค่ะ ใต้ฝ่าพระบาท”     โนมตอบ “ข้อแรก มันเข้ามาในป่าอันสวยงามของเรา ด้วยสายตาเกรียวกาจ ใบหน้าโกรธฉุนเฉียว และด้วยความรู้สึกที่ไม่มีเมตตาในหัวใจ ข้อสอง มันไล่ล่าเจ้ากระต่ายน้อยผู้ซึ่งไม่ได้ทำอันตรายใดๆแก่มันเลย และข้อสาม มันเตะกระหล่ำปลีและรบกวนนางเงือก พวกเราจะจัดการกับมันอย่างไรดี”

บ๊อบบี้กลัวมากจนไม่กล้าขยับตัวขณะที่เขาฟังพระราชาแห่งโนมตรัสตอบ

“พวกเจ้าจงขังมันไว้เป็นนักโทษในโพรงต้นไม้จนกว่ามันจะตอบปริศนาสามข้อได้ มันต้องบอกข้าให้ได้ว่าหีบสมบัติสามอย่างที่พบในป่าในช่วงฤดูใบไม้ผลิคืออะไร”

จากนั้น เหล่าโนมพาตัวบ๊อบบี๊ไปยังโพรงต้นไม้และปล่อยเขาไว้ตรงนั้นให้ไขปริศนา ทุกๆวันพวกมันจะนำอาหารมาให้ และทุกๆวันพวกมันถามถึงคำตอบของปริศนา เมื่อเขาไม่สามารถตอบปัญหาได้ พวกมันจะพาเขาออกไปเดินตามทางเดินมืดใต้ดิน บ๊อบบี้เห็นเหล่าโนมตัวเล็กทั้งหลายกำลังขุดพบอัญมณีสีต่างๆมากมายจากพื้นธรณีรวมทั้งทองคำและเงิน แต่เขาก็ไม่เห็นหีบใดๆสำหรับใส่สมบัติเหล่านี้เลย จากนั้นเขาก็เห็นโนมตัวเล็กกำลังป้อนน้ำซุปให้แก่รากใต้ดิน และให้แก่เมล็ดพันธุ์น้อยที่ยังไม่ได้แตกเปิดออกเป็นดอกไม้สีน้ำตาลเล็กให้แก่พื้นโลกด้านบน และในทันใดนั้นเองบ๊อบบี้รู้ถึงคำตอบข้อหนึ่งของปริศนา “เมล็ดพันธุ์น้อยเป็นหีบสมบัติ” เขาร้องตะโกนและเหล่าโนมน้อยทั้งหมดพากันปรบมือและพาเขาไปหาพระราชาแห่งโนมซึ่งพูดกับเขาอย่างมีเมตตา

“เจ้ามนุษย์เอ๋ย เจ้ากำลังเรียนรู้บางอย่าง เจ้าจะไปเดินเล่นบนพื้นดินข้างบนก็ได้ตอนนี้”

ดังนั้นในขณะนี้บ๊อบบี้เดินอยู่ในป่าและป่าช่างงดงามมากในความรู้สึกของเขาหลังจากที่ต้องเดินอยู่แต่ในทางเดินมืดมิดใต้ดิน และเขามองไปทุกหนทุกแห่งเพื่อหาหีบสมบัติ และแล้วในที่สุด อยู่มาวันหนึ่งเขาเห็นดักแด้น้อยสีเทาเงิน และคลานออกมากลายเป็นผีเสื้อสีจางๆและค่อยๆเติมสีสันสดใสงดงามขึ้นต่อหน้าต่อตาเขา บ๊อบบี้ร้องตะโกนบอกโนม

“ดักแด้ก็เป็นหีบสมบัติด้วย ผีเสื้อช่างเหมือนกับอัญมณีหลากสีเลย”

จากนั้นเหล่าโนมน้อยพากันปรบมือและพาเขาไปหาพระราชาแห่งโนมซึ่งพูดกับเขาว่า

“เจ้ามนุษย์เอ๋ย เจ้ากำลังเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ในไม่ช้าเจ้าจะได้รับการปล่อยตัว”

ตอนนี้บ๊อบบี้สนุกกับการเดินในป่าของเขา เขากำลังมองไปทุกหนทุกแห่งเพื่อหาสมบัติแสนสวยและหีบของมัน วันหนึ่งในขณะที่เขากำลังค้นหา เขาได้ยินนกน้อยกำลังร้องเพลง และกำลังร้องอยู่บนต้นไม้เหนือศีรษะขึ้นไป และเขาได้เงยหน้าขึ้นไปมองว่าทำไมเจ้านกน้อยถึงได้มีความสุขมากนัก ที่ใกล้ๆกันบนกิ่งไม้ บ๊อบบี้มองเห็นรังนกสีน้ำตาลเล็กๆและเขารู้ว่ามีไข่หลายฟองอยู่ในนั้น และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมนกถึงร้องเพลง ตอนนี้บ๊อบบี้ได้เรียนรู้มากขึ้นจนรู้ถึงคำตอบที่สามของปริศนา

“ฉันรู้แล้ว ฉันรู้แล้ว” บ๊อบบี้ตะโกน “คำตอบของปริศนาที่เหลือ ไข่นกคือหีบสมบัติเพราะมีลูกนกอยู่ข้างใน”

เหล่าโนมน้อยรีบพาเขาไปหาพระราชาแห่งโนมซึ่งพูดกับเขาว่า

“เจ้ามนุษย์เอ๋ย เจ้าเรียนรู้บทเรียนเจ้าได้อย่างดี เจ้าเป็นอิสระแล้ว”

ดังนั้น พวกมันพาเขากลับบ้าน  เขาได้เล่าการผจญภัยทั้งหมดของเขาให้แม่ฟัง  เมื่อใดที่เขาเข้าไปในป่า เขาค้นพบสมบัติมากมายทั้งนี้ก็เพราะหัวใจที่เปิดกว้างของเขา

  1. เค็น
    มิถุนายน 24, 2009 ที่ 3:22 pm | #1

    ขออนุญาต copy นิทานเรื่องหีบสมบัติไปไว้ที่บล็อกนะคะ เพราะใช้เป็นนิทานวันเกิดของลูกสาวปีนี้ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ

  1. No trackbacks yet.