หน้าแรก > บทความวิชาการ > ประโยชน์ของการดูทีวี

ประโยชน์ของการดูทีวี

 ประโยชน์ของการดูทีวี

การดูทีวีให้ประโยชน์หลายด้าน หลายท่านที่ยังให้ลูกๆดูทีวีอยู่เป็นประจำคงทราบประโยชน์ของมันอยู่แล้ว  แต่สำหรับท่านที่ยังไม่ทราบ  จะขอรวบรวมมาเล่าให้ฟัง อาทิเช่น

  1. ทีวีช่วยให้พ่อแม่ มีเวลาไปทำอย่างอื่น พ่อแม่อยากจะทำแต่งาน อยากจะไปเที่ยวสังสรรค์ ไปช้อปลดราคาตามห้างให้เพลิดเพลิน ไม่ต้องมาเสียเวลาทำกิจกรรมกับลูก  ปล่อยให้ทีวีช่วยตรึงเด็กให้อยู่นิ่ง ไม่ซน ไม่เรียกร้องอยากไปไหน   มือไม้เท้าแขนและร่างกายไม่ต้องเคลื่อนไหว ถึงเวลาอาหารก็ให้แม่บ้านนำจานข้าวมาส่งให้ที่หน้าจอ
  2. หรือถ้าจะต้องหาโปรแกรมไปข้างนอก  ทีวีก็จะมีโปรแกรมชี้นำและรายการสินค้าหลากหลายให้ไปหาซื้อ ชักชวนให้เด็กไป
  3. ทีวีมีอาหารเมนูเด็ด ที่คอยกระตุ้นให้เด็กจำได้ตลอดเวลา ร้านไหนอร่อยยังไง  เบอร์โทรเบอร์อะไร เด็กจำได้หมด  โดยเฉพาะเมนูอาหารฟาสฟู๊ดฝรั่งที่เด็กจำได้ดี พ่อแม่ไม่ต้องเหนื่อยยากหุงหาอาหารหรือนึกเมนูให้ลำบาก
  4. ทีวีมีความรู้สำเร็จรูป ป้อนให้เด็กถึงบ้าน ไม่ต้องไปค้นหาด้วยตัวเอง  ไม่ต้องไปเสียเวลาเรียนรู้  ไม่ต้องไปหาอ่านจากหนังสือหรือเสียเวลาฝึกปรือทักษะใดๆของตัวเอง  ไม่ต้องเรียนรู้จากของจริงในธรรมชาติให้เหนื่อยยาก
  5. ทีวีมีความบันเทิงหลากหลาย การ์ตูนสารพัดเรื่อง เกมโชว์เช้ายันค่ำ และยังละครหลายรสชิงรักหักสวาท ล้นจอ  เด็กๆได้เสริมสร้างจินตนาการ  เอาชีวิตในละครมาผสมผสานลอกเลียนใช้ในชีวิตจริง
  6. สายตาเด็กจับจ้องอยู่กับทีวีตลอดเวลา โดยเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์  ทำให้ตานิ่ง  หูฟัง ไม่ต้องพูดไม่ต้องคุยกับใครๆ  ฝึกพูดไปกับทีวี ด้วยศัพท์แสงหลากหลาย เก็บเอาไปใช้กับเพื่อนๆ  ไม่ให้เชยหรือล้าหลังเด็กคนอื่นๆ
  7. พ่อแม่เด็กไม่ต้องห่วงว่าเมื่อพ่อแม่ไม่อยู่บ้านแล้วเด็กจะขาดแบบอย่าง  ในทีวีมีแบบอย่างให้เด็กเลียนแบบยึดถือปฎิบัติตามมากมาย ทั้งนักร้องดารา การแต่งกาย  เด็กเล็กจะโตเป็นผู้ใหญ่ได้เร็ว ทั้งการทำท่าทางแบบดารานักร้อง การเต้น การแต่งตัว เนื้อเพลงรักๆใคร่ที่เด็กฟังอยู่ทั้งวัน เด็กเล็กก็จะดูคล้ายผู้ใหญ่ มีความต้องการต่างๆแบบผู้ใหญ่ เด็กจะเป็นคนทันสมัยรู้จักอุปกรณ์สารพัดไฮเทค จะได้บอกพ่อแม่ได้ถูกว่าอยากมีนั่นมีนี่ให้ไม่ตกเทรนด์

นี่เป็นประโยชน์ส่วนหนึ่งในหลายๆข้อที่ได้รวบรวมไว้  ซึ่งเราสามารถส่งเสริมให้ลูกเราดูทีวีให้มากๆ เป็นกิจวัตรประจำวันได้โดยการ

  1. จัดพื้นที่ที่บ้านให้สะดวกและเอื้ออำนวยต่อการชมทีวี    
  2. จัดที่นั่งให้นั่งสบาย สามารถนั่งได้นานๆไม่เบื่อไม่เมื่อย
  3. อาจตั้งทีวีไว้ในจุดที่ ครอบครัวมักมานั่งรวมกันเป็นประจำเช่นห้องพักผ่อนหรือรับแขก  เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรายการทีวีแม้แต่รายการเดียว
  4. หรือจัดทีวีไว้ในห้องนอนของลูกเลย เพื่อที่เด็กจะได้เลือกชมได้ตามอัธยาศัย
  5. ถ้ารายการจากฟรีทีวียังไม่จุใจเด็ก  ก็สมัครใช้เคเบิลทีวี  ที่มีช่องอีกหลายสิบช่องทั้งวันทั้งคืน มีการ์ตูนทั้งวัน และความรู้สำเร็จรูป 

 

แต่สำหรับหลายๆท่าน ที่เห็นว่าประโยชน์ตามที่พูดถึงข้างต้น ไม่ได้เป็นประโยชน์ที่ท่านและลูกต้องการ  ท่านเห็นว่ามันเป็นโทษมากกว่า  ก็ขอให้ท่านอย่าทำตามสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น

  1. แจม
    กุมภาพันธ์ 1, 2009 ที่ 12:25 am | #1

    ผมอยากให้ตรวจสอบอีกครั้งว่า ชื่อเรื่องถูกต้องตามแนวทางของ รร. หรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบ รร. จะห้ามเด็กดูทีวี เพราะมีผลเสียมากกว่าผลดี

  2. Blue Blog
    กุมภาพันธ์ 1, 2009 ที่ 12:39 am | #2

    เรียนคุณแจม

    ขอบคุณที่ Comment มานะครับ
    ผมอยากให้ลองอ่านบทความให้ดีๆนะครับ ถ้าอ่านแล้วคิดตามจะเข้าใจได้ชัดเจนเลยว่า ทีวีเป็นโทษอย่างมาก
    เนื้อหาที่เขียนจะเห็นได้ว่า ทีวีเป็นประโยชน์ก็ต่อเมื่อเราเห็นลูกเราเป็นแค่วัตถุชิ้นหนึ่ง และก็ถ้าเราเป็นพอ่แม่ที่คิดถึงแต่ตัวเอง เราอาจรู้สึกว่าทีวีเป็นประโยชน์กับเรา
    ซึ่งถ้าอ่านจนจบจะเข้าใจได้เองเลยว่า ที่จริงแล้วการดูทีวีเป็นโทษมากกว่า
    ชื่อเรื่องกับวิธีการนำเสนอของผู้เขียน เป็นการนำเสนอในเชิงกระทบกระเทียบเพื่อให้ผู้อ่านเกิดความตระหนักว่า ที่จริงการดูทีวีจะส่งผลเสียกับลูกของเรามากกว่าประโยชน์ฉาบฉวยที่คนทั่วไปคิดกัน

    อยากให้ลองอ่านดูอีกรอบนะครับ
    ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมครับ

  3. แจม
    กุมภาพันธ์ 1, 2009 ที่ 8:59 am | #3

    ผมอ่านแล้วครับจึง Comment ลงไป และเมองทะลุในเจตนาของการนำเสนอดีครับ

    แต่ผมห่วงว่า บางคนอาจไม่รู้ว่า เรากระทบกระเทียบ เข้าไม่ถึงเจตนาการเขียน เช่น ในข้อ 1
    “ทีวีช่วยให้พ่อแม่ มีเวลาไปทำอย่างอื่น พ่อแม่อยากจะทำแต่งาน อยากจะไปเที่ยวสังสรรค์ ไปช้อปลดราคาตามห้างให้เพลิดเพลิน ไม่ต้องมาเสียเวลาทำกิจกรรมกับลูก ปล่อยให้ทีวีช่วยตรึงเด็กให้อยู่นิ่ง ไม่ซน ไม่เรียกร้องอยากไปไหน มือไม้เท้าแขนและร่างกายไม่ต้องเคลื่อนไหว ถึงเวลาอาหารก็ให้แม่บ้านนำจานข้าวมาส่งให้ที่หน้าจอ”
    หลายคนไปไม่ถึงความหมายหรอกครับว่า มันเป็นเรื่องขัดต่อธรรมชาติของเด็กและการพัฒนาการของเด็กอย่างร้ายแรง ธรรมชาติของเด็กจะไม่อยู่นิ่ง เป็นต้น มันมีจริงๆ และไม่น้อยด้วยครับ ดอกบัวมีหลายเหล่า ขนาดหมอพรบอกผลเสียของเด็กที่ดูทีวีในห้องประชุมตรงๆ ก็ยังไม่เข้าใจเลยครับ
    จะเห็นได้จาก ผู้ปกครองหลายบ้านยังให้ลูกดูทีวีในวัยที่รร.ห้าม ยิ่งไปกว่านั้นยังซื้อเกมส์ ซื้อหนังแผ่นเข้าบ้านให้ลูก ซื้อ mp3 ให้ลูกฟังเพลง เราจะเห็นเด็กบางคนที่ รร.มีหูฟังเสียบหูฟังเพลง
    เด็กที่ได้รับสื่อพวกนี้ก็จะมาเล่าสู่เพื่อน นำมาระบาดที่โรงเรียน ผมกำลังหาทางสื่อสารไปยังกลุ่มนี้อยู่ เพราะครูต้องเหนื่อยกับเด็กกลุ่มนี้มากครับ

    วันหลังผมจะมาแจมแบบตรงๆ ของ “ผลเสีย” ของทีวีสำหรับเด็ก

    อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณเจ้าของที่ทำบล็อกนี้ขึ้นมา นับว่ามีประโยชน์มาก ขอเป็นกำลังใจให้ครับ

  4. Blue Blog
    กุมภาพันธ์ 1, 2009 ที่ 10:21 pm | #4

    เรียนคุณแจม

    ขอขอบคุณที่ชี้แนะมาครับ บางครั้งผู้เขียนอาจมองไปด้านเดียว จนลืมนึกว่าอาจเข้าใจไปได้อีกอย่าง
    เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ผมตัดสินใจถอดบทความนี้ออกก่อนครับ เพราะเกรงว่าอาจเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนไปอย่างที่ได้ท้วงติงมา
    ซึ่งจะเป็นการผิดเจตนาที่ผู้เขียนพยายามสื่อออกมาให้เห็นโทษของทีวี

    ขอบคุณมาณ.โอกาสนี้ครับ และหวังว่าจะได้รับฟังข้อเสนอแนะอื่นๆอีกนะครับ เพื่อจะได้ปรับปรุงเนื้อหา ให้เป็นประโยชน์มากขึ้นเป็นลำดับ

    อีเมลล์ที่คุณแจมให้มาน่าจะผิดพลาด ผมพยายามจะแจ้งไปที่คุณแจมโดยตรง เลยติดต่อไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องมาชี้แจงที่นี่ ตั้งใจว่าประมาณวันอังคารที่ 3กุมภาพันธ์ นี้ คุณแจมน่าจะได้เข้าอ่านแล้ว ดังนั้นหลังจากวันนั้นผมจะถอดบทความนี้ออกตามความตั้งใจที่แจ้งไว้ข้างต้นครับ

  5. แจม
    กุมภาพันธ์ 2, 2009 ที่ 1:16 pm | #5

    ขอบคุณเช่นกันครับ
    อีเมลล์ของผมไม่ใช่การผิดพลาดครับ แต่เป็นการตั้งใจไม่ใช่อีเมล์ที่แท้จริง ต้องขออภัยครับ ไม่อยากเปิดตัว แต่จะสร้างสรรครับ

    ผมลองกระทบกระเทียบดู ถ้าแรงไป ลบได้เลยนะครับ ผมก็ไม่อยากให้เจ้าของบ้านลำบากใจ
    ประโยชน์ทีวีที่มีต่อบุตรหลาน (แบบกระทบกระเทียบ)

    1. เด็กๆ ได้รับการพักผ่อนแบบครบวงจร ดังนี้
    - สมองพักไม่ต้องคิดอะไร เราจะเห็นเด็กที่ดูทีวี นั่งจ้องใจจดจ่อ ปากห้อย น้ำลายเยิ้ม คอยดูว่าต่อไปจะเป็นฉากอะไร บทอะไร…ดาราในดวงใจจะออกมาไหม…….ฯลฯ ทีวีนี้ดีมากเลยกำหนดมาให้เสร็จสรรพ สมองเด็กไม่ต้องคิดอะไร และสมองเด็กจะคิดอะไรไม่เป็น ก็ไม่เป็นไรชีวิตก็ไม่มีปัญหา สามารถเกาะพ่อแม่กินได้ตลอด โน้นแน่ะแม่เอาอาหารว่างมาเสิร์ฟอีกแล้ว “ขอบคุณครับ ขอให้แม่อายุยืนๆนะคร๊าบ เพราะผมคิดผมทำอะไรไม่เป็นเลย ถ้าขาดแม่ชีวิตไม่รู้จะพึ่งใคร”
    - ร่างกายพักเต็มที่นอนนิ่งๆไม่ต้องขยับ ไม่ต้องเคลื่อนไหว ไม่เปลืองพลังงาน ใครไปวิ่งเล่นออกกำลังกาย ก็ช่างเขา เพราะเด็กติดทีวีจะเป็นเด็กพิเศษที่อยู่เหนือธรรมชาติ ไม่ต้องการความแข็งแรง เพราะถ้าป่วยก็มีอาหารและมียา วิตามินให้ทางสายน้ำเกลือได้ ไม่ต้องเคี้ยวด้วยซ้ำไป ป่วยบ่อยก็ยิ่งดีมีคนเอาอาหารอร่อยไปเยี่ยม พ่อแม่ต้องเอาใจเราดีมั๊ย
    2. เด็กอ้วนท้วนสมบูรณ์ดี ดูทีวีไป ข้างตัวก็มีขนมมาขบเขี้ยว ไม่ต้องออกกำลังกาย ไม่ต้องเล่นแบบเด็กทั่วไป เด็กอ้วนดีกว่าเด็กผอม เสื้อผ้าก็ได้ใส่ตัวใหญ่กว่าเพื่อนๆ อาหารก็ได้กินเยอะกว่า ไปเที่ยวโรงพยาบาลก็บ่อยกว่า ได้พบกับคนมีความรู้สูงๆอย่างแพทย์ และพยาบาล ได้นั่งรถเข็นหรือวีลแชร์ ด้วยซึ่งคนแข็งแรงไม่มีสิทธินั่ง
    3. มีโอกาสเป็นดารามากกว่าเด็กที่ไม่ดู เพราะสามารถเรียนรู้บทบาทของดาราได้จากทีวีสารพัดบท ทั้งบทนางร้าย เลิฟซีน สามารถจดจำคำด่า คำหยาบคาย บทการทำร้ายคู่ต่อสู้ ฯลฯ ทีวีเขามีให้นะ ให้แบบซึมลึกเลย วันดีคืนดีจะมาซ้อมด่าซ้อมเถียงกับพ่อแม่ จะได้ค่าตัวแพงๆไง สนใจไหมครับ
    4. ประหยัดจากการที่ลูกเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วขึ้น เพราะทีวีจะมีสิ่งเร้าให้เด็กเข้าสู่อารมณ์ที่เป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วกว่า ถ้าลูกโตเร็วก็ดีซินะ ผู้ปกครองจะได้ประหยัดสตังค์ค่าเลี้ยงดูมันจะได้ไปมีแฟนเร็วๆ พ้นความรับผิดชอบของพ่อแม่ แต่ถ้าเขามีลูก ก็ต้องขออนุญาตคงเอาหลานมาให้พ่อแม่เลี้ยงแทนนะ เพราะลูกเรามีแฟนอายุน้อยเกินไปเลยเลี้ยงลูกไม่เป็น ผู้ปกครองต้องเข้าใจ ดีจังเล้ย
    5. การเป็นคนที่คิดไว อันนี้เป็นข้อดีของเด็กที่ดูทีวี ดูมากยิ่งคิดไวมาก ที่เป็นอย่างนี้เพราะทีวีเขาขายเวลาครับพี่น้อง ขายกันเป็นวินาที การโฆษณาสินค้าแต่ละตัวต้องทำอย่างรวดเร็วเปลี่ยนภาพให้เร็วที่สุด สื่อสารออกไปให้มากที่สุดในเวลาที่มีไม่กี่วินาที เด็กๆ เลยต้องดูอย่างรวดเร็วและดูให้ทัน เด็กๆ ก็เลยกลายเป็นคนที่ไม่จำเป็นต้องมีสมาธิกับอะไรให้มันนานเสียเวลา เปลี่ยนเรื่องบ่อยๆ ไม่จำเจ มีสมาธิสั้นๆๆๆ แบบทีวีนี่แหละก็พอแล้ว ไม่ต้องทำเรื่องใหญ่ เพราะทีวีสร้างเราให้เป็นเด็กระดับไฮเปอร์แอคทีฟ มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษซะด้วยเท่ห์ออก เรื่องที่ต้องใช้สมาธินานๆ ปล่อยให้เด็กไม่ดูทีวีเขาทำดีกว่า ถ้าเด็กระดับไฮเปอร์แอคทีฟอย่างเรารับงานพวกนี้มาทำ คนอื่นเขาจะรู้ว่าเราทำไม่ได้ หยิบโหย่ง หนักไม่เอา เราเป็นมนุษย์ประเภทคิดไวอาศัยปริมาณเรื่องที่คิดอย่างเดียวก็พอ ไม่ต้องการผลสำเร็จของงานใดๆทั้งสิ้น ฮ่าๆๆๆๆ พ่อแม่ต้องภูมิใจที่ปล่อยทีวีของท่านแน่เลย เรื่องเรียนนั่นเหรอ ปล่อยครูสอนไปเถอะ ไม่สนุกตื่นเต้นเหมือนดูทีวี ความรู้จากโรงเรียนเด็กพวกนี้จะไม่รับหรือรับไม่ได้ หรืออย่างดีก็แบบเบลอๆๆ เอาสนุกจากทีวีดีกว่า แล้วจะทำมาหารับประทานอะไรหนอ
    6. พ่อแม่สามารถย้อนยุคย้อนเวลาได้ โดยท่านจะสามารถย้อนไปถึงยุคก่อนเลิกทาสได้ ซึ่งยุคนั้นท่านจะค้นพบว่าปากของท่านจะไม่มีแห้งแล้ง ไม่ใช่ฝนตกต้องตามฤดูกาล แต่เป็นเพราะท่านต้องพูดตลอด รับใช้นายทาส(ลูกของท่าน)ตลอด เราพูดจนปากเปียกปากแฉะ ใช้ลูกให้ทำอะไรก็ไม่ทำ มัวแต่ติดทีวี หนังกำลังมันนะ คำว่า เดี๋ยวก่อนแม่ๆๆๆๆๆๆ เป็นถ้อยคำที่นายทาสพูดกับลูกทาสอย่างท่านตลอด ในที่สุดท่านก็ต้องทำเองตามหน้าที่ของลูกทาสให้สมบูรณ์ มันส์ไหมหละ ถ้าท่านจะเลิกทาสต้องปิดทีวี แต่มันอาจจะสายเสียแล้วถ้าท่านไม่ป้องกันตั้งแต่แรก วันที่สาย คือ วันที่ลูกท่านเดินออกไปดูทีวีนอกบ้าน ก็ดีไม่เปลืองไฟในบ้าน นายทาสไม่อยู่หนูร่าเริงซะไม่มี

    ยังประชัดประชันไม่จบนะครับ อ่านเล่นๆ นะครับ จะลบไปก่อนก็ได้ แต่ก็มีเวอชั่นร์ที่ ผลเสียที่เป็นผลเสียจริงๆ ก็สามารถเขียนให้นุ่มนวลได้

  6. Blue Blog
    กุมภาพันธ์ 2, 2009 ที่ 5:55 pm | #6

    ได้อ่านของคุณแจมที่ส่งมาเพิ่มเติมแล้ว คิดว่าเป็นประโยชน์ครับเลยตัดสินใจว่าจะยังไม่เอาบทความนี้ออกครับ และเลยขออนุญาตินำลงเป็นบทความอันนึงเลยะนะครับ เพื่อจะได้ให้ท่านอื่นๆได้เห็นและอ่านครับ

    ขอบคุณครับ

  1. No trackbacks yet.