บทความจาก กรุงเทพธุรกิจ “โรงเรียนสีหวานเพื่อการเรียนรู้”

พฤศจิกายน 25, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2552 ได้ลงบทความ ชื่อ ” โรงเรียนสีหวานเพื่อการเรียนรู้”  เนื้อหา ช่วงแรกของบทความจะพูดถึงรายละเอียด การออกแบบสถาปัตยกรรม  ที่เน้นๆอยู่ 4 ประเด็น คือ

  • การเลือกใช้สีของอาคารเพื่อใช้ประโยชน์ในการสร้างอารมณ์ความรู้สึก ที่เหมาะสมกับการส่งเสริมการเรียนรู้ในแต่ละช่วงวัย
  • ระบบถ่ายเทอากาศ ( Ventilation) และแสงสว่าง
  • การเลือกทำเลที่ตั้ง ที่มีความเป็นธรรมชาติ
  • การใช้รูปทรงที่โค้งมน ในองค์ประกอบต่างในโรงเรียนและห้องเรียน

ตอนท้ายเป็นการพูดถึงแนวคิดของการจัดการศึกษาแบบวอลดอร์ฟของโรงเรียน ซึ่งก็คงเคยอ่านกันมาในหลายๆแห่งอยู่แล้ว

เท่าที่ผมอ่านดู ผมมีความเห็นเพิ่มเติมกับบทความดังนี้

บทความเหมือนเน้นไปที่การออกแบบสถาปตยกรรม แต่ไม่แน่ใจว่าได้สัมภาษณ์ สถาปนิกผู้ออกแบบหรือไม่ รวมทั้งไม่ได้ให้เครดิต ชื่อของสถาปนิกไว้ในบทความ   ในความเห็นของผม  งานสถาปัตยกรรมที่ดีที่จะสามารถตอบสนองผู้ใช้อาคารได้เต็มที่  ไม่ใช่แค่รายละเอียดที่ได้เขียนไว้ในบทความเท่านั้น  แต่น่าจะเริ่มต้นตั้งแต่การเลือกวางผังอาคารที่เหมาะสม  การคำนึงถึง ทิศทางแดดลมฝน  การขยายตัวในอนาคต  คำนึงถึงกลุ่มผู้ใช้อาคารทุกกลุ่ม ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง  มีการถกเถียงกันในแวดวงสถาปนิกอยู่ว่า สถาปัตยกรรมที่ดีควรจะรับใช้ สิ่งที่มนุษย์เป็น หรือว่าควรจะเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

ผมนำบทความมาลงไว้ ณ.ที่นี่ ซึ่งท่านสามารถอ่านต้นฉบับในกรุงเทพธุรกิจ โดยคลิกที่นี่ครับ

และหากท่านสนใจเกี่ยวกับการออกแบบโรงเรียนวอลดอร์ฟ ผมมีวิทยานิพนธ์ของนักศึกษา สถาปัตย์ในต่างประเทศ มาให้ Download ไปอ่านเพิ่มเติมได้ครับ

วิทยานิพนธ์ ชื่อว่า The Santa Cruz Waldorf High School: An Approach to Adolescent Social and Educational Concerns เนื้อหาของวิทยนิพนธ์ จะแสดงขั้นตอนของการทำงานออกแบบ และสิ่งต่างๆที่ต้องคำนึงถึง และโดยเฉพาะเมื่อต้องออกแบบโรงเรียนวอลดอร์ฟ ที่มีเรื่องต้อง คำนึงถึงมากกว่าแค่กายภาพ ของตัวอาคาร

คลิกที่ Link นี้ http://parentschool.files.wordpress.com/2009/11/school-design-thesis3.pdf

โรงเรียนสีหวาน เพื่อการเรียนรู้

ด้วยหวังจะสร้างการ ศึกษาที่แตกต่าง ร.ร.ปัญโญทัยถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อ 13 ปีที่แล้ว แม้แต่สถาปัตยกรรมก็ยังถูกออกแบบเพื่อการเรียนรู้ของเด็กๆ

ด้วยหวังจะสร้างการเรียนรู้ ที่แตกต่างสำหรับเด็กๆ นายแพทย์พร พันธุ์โอสถ จึงก่อตั้ง ‘โรงเรียนปัญโญทัย’ ขึ้นเมื่อ 13 ปีที่แล้ว ในรูปแบบ ‘โฮมสคูล’ เพื่อจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนจำนวนไม่เกินนิ้วนับ Read more…

จดหมายครูอ้วนเรื่อง การศึกษาบำบัด ฉบับที่ ๑

พฤศจิกายน 20, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

ได้รับ อีเมลล์จากครูอ้วนที่เขียนขึ้น เมื่อได้อ่านคำถามจากผู้อ่านท่านหนึ่งเกี่ยวกับความพยายามหาที่เรียนให้ลูกที่เป็นเด็กพิเศษเข้าเรียน  ครูอ้วนได้เล่าสิ่งที่ไปพบเห็นเมื่อไม่นานมานี้จาก ชุมชนในแนว Camphill และความเห็นของครูอ้วนต่อการเรียนร่วมกันระหว่างเด็กพิเศษกับเด็กปกติ  เชิญอ่านดูครับ

สวัสดีค่ะทุกๆคน

ครูอ้วนยังไม่ได้เปิดเทอมให้กับเมษาเลยเพราะเกิดอาการไม่สบายเป็นไข้หวัดใหญ่  ผลมาจากการเดินทางไกล และกิจกรรมทุกวันตลอดสองสัปดาห์ที่ โรงเรียนเพื่อเด็กพิเศษชื่อว่า Beaverrun ในรัฐเพนซิลวาเนีย อเมริกา (ชื่อเป็นทางการคือ The Camphill Special School)    เป็นชุมชุมในแนวแคมป์ฮิลล์  ซึ่งมีรากฐานแนวคิดมาจากดร.รูดอร์ฟ สไตเนอร์และดร.คาร์ล คูนิกที่เป็นศิษย์ของเขา   ดร.คาร์ล คูนิกเป็นแพทย์ที่ศึกษาด้านตัวอ่อนมนุษย์  และเป็นคนแรกที่ริเริ่มการอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนระหว่างคนพิเศษกับคนปกติ โดยนำเอาความคิดเรื่องมนุษย์และหลักการ Threefold social order ของรูดอร์ฟ สไตเนอร์มาใช้ในการบริหารจัดการชุมชนและโรงเรียน   โรงเรียนนี้มีตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมปีที่ ๖      ครูอ้วนไปอยู่ที่นั่นมาสองสัปดาห์ด้วยความอุปถัมภ์ดูแลเป็นอย่างดีของคุณครูเบ็คกี้และผู้คนในชุมชน  ซึ่งที่นั่น หมอนและครูเจี๊ยบก็เป็นนักศึกษาปีสองของการศึกษาบำบัดแนวมนุษยปรัชญานี้ด้วยค่ะ

ส่วนใหญ่แล้วครูอ้วนจะได้มีโอกาสเข้าไปสังเกตการณ์ในห้องตั้งแต่อนุบาลจนถึงชั้นโต  และรวมทั้งงานด้านการบำบัดด้วย    Read more…

บันทึก การศึกษาบำบัด (Curative Education) ที่ชุมชนแคมป์ฮิล ( Camphill )ในอเมริกา ตอนที่1

ตุลาคม 5, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

ครูอ้วน ที่ได้ส่งบทความมาลงในเว็บอยู่หลายครั้ง ได้เสนอที่จะช่วยเป็นผู้ดูแลเนื้อหา ทางด้านการศึกษาบำบัดในเว็บนี้    และได้เขียนคำนำไว้ดังนี้

ความมุ่งหมายของครูอ้วนในการนำเสนอบทความและเรื่องราวของนักเรียนไทย สองคนที่กำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนฝึกหัดครูสำหรับการศึกษาเพื่อเด็กพิเศษใน อเมริกา    เพื่อต้องการให้สังคมไทยได้มีทางเลือกในการจัดการศึกษาเพื่อเด็กกลุ่มนี้  และในอนาคตอาจจะเป็นไปได้ที่จะมีการรวมกลุ่มพ่อแม่ ครูและผู้สนใจจัดตั้งสถาบันเพื่อการศึกษาบำบัดและสร้างสรรค์ชุมชนที่อยู่ ร่วมกันระหว่างผู้ใหญ่และเด็กพิเศษขึ้นมาอีกแห่งค่ะ

ครูอ้วนเชื่อว่าสังคมเราแข็งแรงได้  ถ้าเรามีพื้นที่ให้กับการบ่มเพาะความรักความเมตตาในหัวใจของเรา  และด้วยความรักความเมตตาที่กอปรด้วยสติระลึกรู้   จะทำให้เรามีพลังมุ่งมั่นในการทำการสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพื่อที่จะช่วยให้คนที่อ่อนแอกว่าได้มีพื้นที่ยืนเคียงข้างกันในฐานะมนุษย์ และปัจเจกชนคนหนึ่งไม่ว่าเขาจะพิการทางกายหรือบกพร่องทางจิตใจก็ตาม

จดหมายในครั้งนี้มาจากน้องหมอนค่ะ  เธอพำนักอยู่ที่อเมริกาเพื่อเรียนฝึกหัดครูการศึกษาบำบัดปีที่สอง  ลองอ่านเรื่องราวที่เธออยากแบ่งปันดูนะคะ

สวัสดีปีการศึกษาใหม่

สวัสดีค่ะ

ขอแนะนำตัวก่อนว่าหมอนเป็นนักเรียนไทยที่มาศึกษาด้านการศึกษาบำบัด (Curative Education) ที่ชุมชนแคมป์ฮิล ( Camphill )  แห่งหนึ่งในอเมริกา ปีนี้เป็นปีที่สองค่ะ ที่นี่มีนักเรียนไทยสองคนคือหมอน และ อีกคนคือครูเจี๊ยบที่หลายๆท่านคงรู้จักกันดี ในการเรียนที่นี่ทุกคนต้องทำงานกับเด็กพิเศษ โดยสังกัดเป็นบ้านซึ่งแต่ละบ้านจะทำงานกับเด็กในช่วงอายุต่างกัน คือ 7-12 ปี, 13-16 ปี และ 17-19ปี หรือจะลองคิดง่ายๆก็คือ บ้านเด็กประถม, เด็กมัธยมต้น และเด็กมัธยมปลายค่ะ พี่เจี๊ยบและหมอนทำงานอยู่บ้านคนละหลัง แต่อยู่ในกลุ่มอายุประถมเหมือนกันค่ะ

ตอนนี้ที่นี่อยู่ในช่วงปลายฤดูร้อน กำลังจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงซึ่งจะนับตั้งแต่วันที่ 21 กันยายนเป็นต้นไป ปีนี้ดูเหมือนว่าฤดูร้อนจะบอกลาไปเร็วกว่าปกติค่ะ เพราะสองอาทิตย์แรกของเดือนกันยายนที่ผ่านมานั้นอากาศเย็นและครึ้มฟ้าครึ้มฝนแทบทุกวัน พอเข้าฤดูใบไม้ร่วงอากาศก็จะเย็นลง และจะเริ่มเห็นใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีเป็นส้ม แดง เหลือง สีม่วงก็มีนะคะ สวยงามมาก และกลางวันก็จะเริ่มสั้นลงเรื่อยๆ จนถึงวันที่กลางวันสั้นที่สุดในรอบปีซึ่งหมายถึงฤดูหนาวเข้ามาเยือนอีกครั้งนั้นเองค่ะ Read more…

ขออภัยท่านผู้ติดตามอ่าน

กันยายน 26, 2009 Blue Blog 1 comment

ในช่วงนี้ ผมไม่ได้เข้ามา Update Blog เลย เนื่องจาก คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ที่ใช้อยู่ประจำ ตัวHard Disk เกิดปัญหาจนใช้งานไม่ได้ กำลังพยายามดึงข้อมูลบางส่วนกลับมาเท่าที่ทำได้   ดังนั้นระหว่างนี้ไม่มีคอมพิวเตอร์ประจำตัวใช้ จึงไม่ค่อยสะดวกที่จะเข้ามาเพิ่มเติมข้อมูล   ท่านผู้อ่านที่เข้ามาเป็นประจำจึงพบว่า หลายวันมานี่ไม่มีอะไรใหม่ๆให้อ่านเลย   ตอนนี้จึงขอยืมเครื่องของคนอื่นมาเขียนบอกข่าวให้ทราบไว้ก่อน  และคงอีกสักระยะน่าจะกลับมาปรีบปรุงเพิ่มเติมให้อ่านกันได้ต่อครับ

Categories: Uncategorized

จังหวะในชั้นเรียนอนุบาล วอลดอร์ฟ

กันยายน 21, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

เมื่อคราวเตรียมการจัดงาน 90ปี วอลดอร์ฟ  คุณอนัญญา ผู้ปกครองที่ปัญโญทัย ได้กรุณาเป็นธุระรวบรวม ข้อมูลเรื่อง กิจกรรมการเรียนการสอนของเด็กแต่ละช่วงชั้น ที่เป็นไปด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ ทั้งจังหวะของวัน ของสัปดาห์ และของปี  โดยการรวบรวมได้ใช้วิธีสอบถามจากคุณครูผู้สอนที่โรงเรียนปัญโญทัย  แต่บทความชุดนี้ไม่ได้ถูกนำไปเผยแพร่ในงาน 90ปี  จึงขอใช้พื้นที่นี้เพื่อเผยแพร่และเผื่อที่จะเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านตามสมควร   ทั้งนี้เรื่องของจังหวะและความสม่ำเสมอในการทำสิ่งต่างๆ ในการศึกษาแนว วอลดอร์ฟ มีเหตุผลรองรับที่น่าสนใจ จะได้นำมาเผยแพร่เพิ่มเติมในโอกาสต่อๆไป

จังหวะในชั้นเรียนอนุบาล

การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน วอลดอร์ฟ จะคำนึงจังหวะเป็นหลัก  โดยในชั้นอนุบาลนั้นจะต้องมีจังหวะที่ชัดเจนมาก  จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจคาดการณ์ได้  เพราะเราไม่ต้องการให้เกิดความหวาดระแวงในเด็กเล็ก ๆ นี้  และจังหวะที่มั่นคงจะช่วยสร้างความมั่นคงภายในเด็กให้เกิดขึ้นได้  จังหวะที่เกิดขึ้นก็จะมีจังหวะของวัน  จังหวะของสัปดาห์  จังหวะของปี  สำหรับปัญโญทัย  หลังจากที่พ่อแม่ส่งลูกให้ครูแล้ว

จังหวะในแต่ละวันจะเป็นดังนี้คือ Read more…

บทความในกรุงเทพธุรกิจ “เด็กไทยสายพันธุ์วอลดอร์ฟ “

กันยายน 16, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

คอลัมน์ จุดประกาย ในหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ ฉบับประจำวันที่ 15กันยายน 2552 ได้ลงบทความเกี่ยวกับการศึกษาวอลดอร์ฟ   โดยเนื้อหาหลักๆจะเป็นการพูดถึงความเป็นมาของการศึกษาแนวนี้  ได้สัมภาษณ์ หมอพร ของปัญโญทัย และครูอุ้ยแห่งอนุบาลบ้านรัก  รวมทั้งเรื่องราวของการเรียนการสอนในโรงเรียนปัญโญทัย ผมได้นำมาบันทึกเก็บไว้ที่นี่ เพื่อช่วยเผยแพร่

เด็กไทยสายพันธุ์วอลดอร์ฟ

โดย : เพ็ญลักษณ์ ภักดีเจริญ

IMG_59721

ที่นี่เด็กไม่เบื่อโรงเรียน เพราะวอลดอร์ฟเข้าใจธรรมชาติมนุษย์ เด็กๆ ได้เรียนรู้สิ่งที่สนใจ รักการค้นคว้า และได้พัฒนาตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ

14 ปีที่แล้ว หมอพร พันธุ์โอสถ ริเริ่มทำการศึกษาแนววอลดอร์ฟ โดยใช้บ้านเป็นสถานที่เรียน มีลูกของเขา 4  คนและลูกเพื่อนอีก 3 คนรวม 7 คนเป็นนักเรียนวอลดอร์ฟ ตอนนั้นเราคุยกันในห้องเล็กๆ ละครหุ่นของผู้ปกครองกำลังแสดงให้เด็กๆ ดู และมีเด็กวิ่งไปวิ่งมาระหว่างการสนทนา Read more…

แนะนำหนังสือของอาจารย์ บุษบง “การศึกษาวอลดอร์ฟ : ปรัชญา หลักสูตรและการสอน”

กันยายน 15, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

image.axdผมไปเห็นหนังสือเกี่ยวกับการศึกษาวอลดอร์ฟ ชื่อ การศึกษาวอลดอร์ฟ : ปรัชญา หลักสูตรและการสอน เขียนโดย อาจารย์ บุษบง ตันติวงศ์   แห่งคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ

ที่จริงพวกเราหลายๆคนคงคุ้นเคย กับชื่ออาจารย์อยู่แล้ว เพราะอาจารย์ได้เคยทำงานวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาวอลดอร์ฟและเนื้อหาในนั้นก็ถูกนำไปเผยแพร่และอ้างอิงอยู่ในหลายแห่ง  หลายเว็บไซต์  ผมยังไม่มีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มนี้ จึงไม่แน่ใจว่ามีเนื้อหาเดียวกันกับงานวิจัยชิ้นเดิมหรือไม่   แต่ดูจากสารบัญของหนังสือแล้วก็คิดว่าคงน่าจะมีเนื้อหาเพิ่มเติมจากงานวิจัยเดิม  ยังไงลองหาอ่านดูครับ รายละเอียดเพิ่มเติมดูที่  เว็บไซต์ของซีเอ็ดบุ๊ค คลิกที่นี่ครับ

เนื้อหาที่แจ้งไว้มีข้อมูลเบื้องต้นดังนี้ครับ


การศึกษาวอลดอร์ฟ : ปรัชญา หลักสูตรและการสอน

การศึกษาวอลดอร์ฟ คือ การศึกษาเพื่อปลุกตัวตนภายใน

ผู้เขียน บุษบง ตันติวงศ์ ………… Read more…

Categories: แนะนำหนังสือ ป้ายกำกับ:

วิธีการจัดการศึกษาและบทบาทของครูวอลดอร์ฟ [ชุดบทความ90ปีวอลดอร์ฟ]

กันยายน 14, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

บทความชุดนี้ผมจัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 90ปีการศึกษาวอลดอร์ฟ  โดยรวบรวมและนำมาเรียบเรียงขึ้นใหม่จากบทความในหนังสือและเอกสารต่างๆหลาย ฉบับ โดยได้ระบุแหล่งที่มาไว้ตอนท้ายของบทความ

วิธีการจัดการศึกษาและบทบาทของครู


  • การศึกษาวอลดอร์ฟให้การศึกษาแก่เด็กแบบองค์รวม และครอบคลุมกิจกรรมทั้งสามด้าน Hand(Willing)  , Head(Thinking) และHeart (Feeling)  สร้างความสมดุลย์ระหว่างการฝึกฝนด้านการปฏิบัติ  ศิลปะ และวิชาการ
  • ครูวอลดอร์ฟจะทำความเข้าใจเด็กหรือผู้เรียน ในฐานะ กาย(Body) , จิต(Soul)  และจิตวิญญาณ(Spirit)
  • การจัดแผนการเรียนการสอน เป็นไปโดยสอดคล้องกับพัฒนาการของสำนึกตามช่วงอายุ ซึ่งในมุมมองของการศึกษาวอลดอร์ฟนั้น พัฒนาการของสำนึกซึ่งเด็กก้าวผ่านในแต่ละช่วงอายุ จะใกล้เคียงอย่างยิ่งกับขั้นตอนแห่งสภาวะสำนึกของมนุษย์ที่วิวัฒน์จากยุคโบราณมาจนถึงยุคปัจจุบัน  โดยเรียกกระบวนการนี้ว่า วิวัฒนาการแห่งสภาวะสำนึก
  • ครูมีหน้าที่ทำให้เด็กรักการเรียนรู้  โดยใช้ศิลปะและกิจกรรม เพื่อส่งเสริมการเรียน  และช่วยสร้างแรงกระตุ้นภายในตัวเด็กให้รักการเรียน ไม่ใช่เพื่อการแข่งขันหรือคะแนน
  • เด็กบางกลุ่มหรือสถานการณ์บางอย่างอาจเรียกร้องวิธีแก้ไขที่แตกต่างกันไป และคณะครูจะทำงานร่วมกันเพื่อพยายามคลี่คลายสถานการณ์เหล่านั้น

เรียบเรียงจาก

  • ศิลปะการสอนที่มีชีวิต บทความโดย  คุณยุทธชัย เฉลิมชัย
  • การศึกษาวอลดอร์ฟ บทความโดย ผศ. ดร.บุษบง ตันติวงศ์ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • หัวเลี้ยวหัวต่อ เด็กก็ไม่ใช่ ผู้ใหญ่ก็ไม่เชิง หนังสือ โดย Betty Stale แปลโดย จันทร์เพ็ญ พันธุ์โอสถ
  • การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยไทย ตามแนวคิดวอลดอร์ฟ   รายงานการวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี โดยนายแพทย์พร พันธุ์โอสถ
  • คุณคือครูคนแรกของลูก  หนังสือ เขียนโดย Rihima Balawin Dancy แปลโดย สุวรรณา โชคประจักษ์ชัด อุชุคตานนท์
  • History of Waldorf schools – Wikipedia, the free encyclopedia
  • Waldorf schools and Waldorf education – a growing school movement
  • The Waldorf Movement
  • การเรียนการสอนในแต่ละช่วงชั้น (ระดับมัธยมปลาย) ของการศึกษาวอลดอร์ฟ [ชุดบทความ90ปีวอลดอร์ฟ]

    กันยายน 13, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

    บทความชุดนี้ผมจัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 90ปีการศึกษาวอลดอร์ฟ  โดยรวบรวมและนำมาเรียบเรียงขึ้นใหม่จากบทความในหนังสือและเอกสารต่างๆหลาย ฉบับ โดยได้ระบุแหล่งที่มาไว้ตอนท้ายของบทความ

    การเรียนการสอนในแต่ละช่วงชั้น ของการศึกษาวอลดอร์ฟ

    มัธยมปลาย ( ตั้งแต่มัธยม3จนถึงมัธยม6 )

    • เมื่อพลังแห่งการคิดวิเคราะห์ของวัยแรกรุ่นเริ่มปรากฏ เด็กๆจะได้รับการพัฒนาผ่านวิชาความรู้ต่าง ๆ ที่สอนโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะในสาขาวิชานั้น ๆ
    • บทบาทของครูคือผู้ช่วยเหลือนักเรียนให้สามารถพัฒนาพลังความคิดของเขาขึ้นเอง
    • หัวใจสำคัญของการเรียนคือ ให้นักเรียนมีประสบการณ์ตรงต่อเหตุการณ์นั้น เช่น การทดลองและการสังเกตจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ
    • การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วตามธรรมชาติของเด็กวัยรุ่นจะได้รับการตอบสนองด้วยหลักสูตรการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับ “ คำถาม “ ภายในใจของนักเรียนที่เกิดขึ้นในแต่ละปี
    • วิชาเดิมหลายวิชาจะถูกนำมาสอนด้วยวิธีที่แตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง ก่อนหน้านั้นเด็กเรียนรู้ผ่านความรู้สึก ด้วยเรื่องราวโลดโผน ด้วยจินตภาพ  แต่ในระดับมัธยมปลายเด็กจะเรียนรู้และเข้าใจวิชาต่าง ๆ โดยผ่านการนำเสนอ การพูดคุยหารือ การใคร่ครวญ และการขบคิด
    • วิชาต่าง ๆ ก็คือเนื้อหาสาระของโลก ซึ่งสานทอขึ้นอย่างบูรณาการณ์ อาทิเช่น
      • วิทยาศาสตร์ช่วยให้เด็กเรียนรู้ที่จะสังเกตกระบวนการธรรมชาติและกระบวนการกลไก
      • ภาษาต่างประเทศช่วยให้เข้าใจวิธีคิดของอีกวัฒนธรรมหนึ่ง และสามารถสื่อสารได้
      • คณิตศาสตร์ช่วยให้มีประสบการณ์ในความมหัศจรรย์ของรูปทรง รวมทั้งแบบแผนของตัวเลขและธรรมชาติ
      • ศิลปะเปิดโอกาสให้พัฒนาความละเอียดอ่อนภายในต่อกระบวนการที่มีชีวิตขึ้นมา
      • หัตถกรรมเอื้อให้เขาเรียนรู้ที่จะนำสุนทรีย์มาสู่โลกแห่งการใช้สอย
      • ดนตรีอำนวยให้เขาพัฒนาสำนึกแห่งเสียงที่เป็นของตัวเองขึ้นมา พร้อมทั้งมีประสบการณ์ทางสังคมในการเล่นดนตรีร่วมกัน
    • ครูจะคัดเลือกเนื้อหาจากหนังสือบางเล่มที่สัมพันธ์กับนักเรียนในห้องเป็นพิเศษ และมอบหมายงานที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ค้นคว้าวิชานั้นโดยผ่านสื่อต่าง ๆ การประเมินผลจะดูจากธรรมชาติของเด็กแต่ละคนในชั้น
    • การจัดตารางเรียนจะให้วิชาที่ต้องใช้ความตื่นตัวสูงสุดอยู่ในช่วงเช้าและเป็นวิชาหลัก ส่วนช่วงที่เหลือของวันจะประกอบด้วยวิชาหลากหลาย เช่น ภาษาต่างประเทศ ทักษะการใช้ภาษา วรรณคดี ขับร้องประสานเสียง ออร์เคสตร้า ศิลปะและงานฝีมือ ยูริธมี่ และพละศึกษา

    เรียบเรียงจาก

  • ศิลปะการสอนที่มีชีวิต บทความโดย  คุณยุทธชัย เฉลิมชัย
  • การศึกษาวอลดอร์ฟ บทความโดย ผศ. ดร.บุษบง ตันติวงศ์ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • หัวเลี้ยวหัวต่อ เด็กก็ไม่ใช่ ผู้ใหญ่ก็ไม่เชิง หนังสือ โดย Betty Stale แปลโดย จันทร์เพ็ญ พันธุ์โอสถ
  • การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยไทย ตามแนวคิดวอลดอร์ฟ   รายงานการวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี โดยนายแพทย์พร พันธุ์โอสถ
  • คุณคือครูคนแรกของลูก  หนังสือ เขียนโดย Rihima Balawin Dancy แปลโดย สุวรรณา โชคประจักษ์ชัด อุชุคตานนท์
  • History of Waldorf schools – Wikipedia, the free encyclopedia
  • Waldorf schools and Waldorf education – a growing school movement
  • The Waldorf Movement
  • การเรียนการสอนในแต่ละช่วงชั้น (ระดับประถม) ของการศึกษาวอลดอร์ฟ [ชุดบทความ90ปีวอลดอร์ฟ]

    กันยายน 12, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

    บทความชุดนี้ผมจัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 90ปีการศึกษาวอลดอร์ฟ  โดยรวบรวมและนำมาเรียบเรียงขึ้นใหม่จากบทความในหนังสือและเอกสารต่างๆหลาย ฉบับ โดยได้ระบุแหล่งที่มาไว้ตอนท้ายของบทความ

    ระดับประถม (ตั้งแต่เกรด1ถึง8 หรือ ประถม1จนถึงมัธยม2)

    • เด็กที่เคยผ่านวัยอนุบาลในการศึกษาวอลดอร์ฟมาแล้ว จะเข้าสู่ชั้นประถม โดยมีประสบการณ์ต่อธรรมชาติและมนุษย์ชาติด้วยความรักและเคารพ
    • เด็กประถมจะเรียนรู้ ด้วยภาพที่มีชีวิต  เนื้อหาสาระได้รับการถ่ายทอดผ่านความรู้สึก และประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสรูปแบบต่าง ๆ และด้วยวิธีการหลากหลาย โดยวิธีนี้ประสบการณ์ต่อโลกของเด็กจึงมีหลากหลายมิติ
    • เด็ก ๆ ได้รับการพัฒนาไปตามระดับชั้นต่าง  ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เน้นการให้คะแนนตามระดับสิ่งที่รู้ แต่จุดเน้นคือ การให้เด็กได้มีประสบการณ์ต่อความ Read more…

    การเรียนการสอนในแต่ละช่วงชั้น (ระดับปฐมวัย) ของการศึกษาวอลดอร์ฟ [ชุดบทความ90ปีวอลดอร์ฟ]

    กันยายน 11, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

    บทความชุดนี้ผมจัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 90ปีการศึกษาวอลดอร์ฟ  โดยรวบรวมและนำมาเรียบเรียงขึ้นใหม่จากบทความในหนังสือและเอกสารต่างๆหลาย ฉบับ โดยได้ระบุแหล่งที่มาไว้ตอนท้ายของบทความ

    การเรียนการสอนในแต่ละช่วงชั้น ของการศึกษาวอลดอร์ฟ

    ระดับปฐมวัย

    • เด็กเล็กเรียนรู้ผ่านแบบอย่างและการเลียนแบบเป็นหลัก  ให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหว ท่วงทำนอง เทพนิยาย และภาษาพูด
    • กิจวัตรประจำวันของเด็กเล็กก่อนวัยเรียนและอนุบาลได้แก่ การเล่นอิสระ การเคลื่อนไหว การนั่งล้อมวงฟังนิทาน และหัตถกรรมหรือกิจกรรมทางศิลปะ (เช่นการระบายสีน้ำ ปั้นขี้ผึ้ง ระบายสีด้วยสีเทียนแท่ง อบขนมปัง และอื่นๆ ) Read more…

    โรงเรียนในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้ [ชุดบทความ90ปีวอลดอร์ฟ]

    กันยายน 11, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

    บทความชุดนี้ผมจัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 90ปีการศึกษาวอลดอร์ฟ  โดยรวบรวมและนำมาเรียบเรียงขึ้นใหม่จากบทความในหนังสือและเอกสารต่างๆหลาย ฉบับ โดยได้ระบุแหล่งที่มาไว้ตอนท้ายของบทความ

    โรงเรียนในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้


    • โรงเรียนวอลดอร์ฟเป็นชุมชนทางการศึกษาที่เป็นเอกเทศ มีอิสระในตนเอง โดยผู้ปกครองและครูร่วมกันเป็นผู้จัดการกับทรัพยากรของโรงเรียน พร้อมทั้งกำหนดความสำคัญก่อนหลังของงานโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่มีต่อเด็ก  ในปัจจุบันซึ่งเป็นยุคที่เต็มไปด้วยการแตกสลายของครอบครัว ความสับสนทางจริยธรรมในสังคม และความแปลกแยกระหว่างคนแต่ละรุ่น โรงเรียนวอลดอร์ฟจึงกลายเป็นจุดรวมของความร่วมมือร่วมใจ
    • โรงเรียนวอลดอร์ฟหลายๆแห่ง คาดหวังให้พ่อแม่มีทัศนคติหรือมีความตั้งใจที่จะเรียนรู้และปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตให้เป็นไปในแนวทางเดียวกับที่โรงเรียนตั้งไว้ เพราะการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ของเด็กที่เข้าเรียนไม่อาจทิ้งให้เป็นภาระของโรงเรียนเพียงฝ่ายเดียวได้ และจะเป็นการเสียเปล่าหากอยู่ที่โรงเรียนแล้วเด็กมีวิถีชีวิตอย่างหนึ่ง และเมื่อกลับบ้านต้องแปรเปลี่ยนเป็นอีกอย่างหนึ่ง

    เรียบเรียงจาก

  • ศิลปะการสอนที่มีชีวิต บทความโดย  คุณยุทธชัย เฉลิมชัย
  • การศึกษาวอลดอร์ฟ บทความโดย ผศ. ดร.บุษบง ตันติวงศ์ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • หัวเลี้ยวหัวต่อ เด็กก็ไม่ใช่ ผู้ใหญ่ก็ไม่เชิง หนังสือ โดย Betty Stale แปลโดย จันทร์เพ็ญ พันธุ์โอสถ
  • การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยไทย ตามแนวคิดวอลดอร์ฟ   รายงานการวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี โดยนายแพทย์พร พันธุ์โอสถ
  • คุณคือครูคนแรกของลูก  หนังสือ เขียนโดย Rihima Balawin Dancy แปลโดย สุวรรณา โชคประจักษ์ชัด อุชุคตานนท์
  • History of Waldorf schools – Wikipedia, the free encyclopedia
  • Waldorf schools and Waldorf education – a growing school movement
  • The Waldorf Movement
  • สะพานสายรุ้ง ฉบับที่ 2 กันยายน 2552

    กันยายน 8, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

    วารสาร  สะพานสายรุ้ง ฉบับที่ 2  กันยายน 2552

    สะพานสายรุ้ง-กย--52-(2)-1 Read more…

    เป้าหมายของการศึกษาวอลดอร์ฟ [ชุดบทความ90ปีวอลดอร์ฟ]

    กันยายน 7, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

    บทความชุดนี้ผมจัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 90ปีการศึกษาวอลดอร์ฟ  โดยรวบรวมและนำมาเรียบเรียงขึ้นใหม่จากบทความในหนังสือและเอกสารต่างๆหลายฉบับ โดยได้ระบุแหล่งที่มาไว้ตอนท้ายของบทความ

    เป้าหมายของการศึกษาวอลดอร์ฟ 

    • การให้การศึกษาคือ การช่วยให้มนุษย์บรรลุศักยภาพสูงสุดที่ตนมีและสามารถกำหนดจุดมุ่งหมายและแนวทางแก่ชีวิตของตนได้อย่างอิสระตามกำลังความสามารถของตน   
    • การศึกษาเป็นไปเพื่อให้มนุษย์สามารถค้นพบส่วนต่างๆและเข้าใจในชีวิตภายในของตนเอง  เพื่อให้สามารถบรรลุศักยภาพสูงสุดของตน   
    • ให้การศึกษาเรื่องมนุษย์และความเชื่อมโยงของมนุษย์กับโลกและจักรวาล   การเชื่อมโยงทุกเรื่องกับมนุษย์เป็นการสอนให้รู้จักจุดยืนที่สมดุลของตนในโลก  และไม่ยึดตนเอง(อัตตา)  
    • พัฒนาเด็กให้เป็นมนุษย์ที่มีบุคลิกภาพที่สมดุลกลมกลืนในสามวิถีทางที่ สัมพันธ์กับโลก   และได้ใช้พลังทั้ง3 ด้านอย่างพอเหมาะ  ผ่านกิจกรรมทางกาย (ด้านการปฎิบัติ) ทางอารมณ์ความรู้สึก(ด้านศิลปะ) และทางกระบวนการคิด (ด้านสติปัญญา)

    กล่าวโดยสรุป การศึกษาวอลดอร์ฟมุ่งหมายที่จะดึงศักยภาพซึ่งแฝงเร้นอยู่ในตัวเด็กแต่ละคนให้แสดงออกมา ไม่ใช่มุ่งจะนำ ข้อมูลความรู้จากภายนอกใส่เข้าไปในเด็กเพื่อการผลิตซํ้า  หรืออีกนัยหนึ่งก็คือการศึกษาแบบวอลดอร์ฟมุ่งหวังจะพัฒนามนุษย์ให้เป็น

    • ผู้ซึ่งมีความคิดแยบคาย สดใส มีพลัง และสร้างสรรค์
    • ผู้ซึ่งมีความรู้สึกในใจเปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตา กล้าหาญ ศรัทธาต่อชีวิต และมีจิตใจใฝ่รู้
    • ผู้มีพลังเจตจำนงแน่วแน่ สามารถบรรลุภารกิจแห่งชีวิตที่ตนเองเป็นผู้เลือกสรร

    เรียบเรียงจาก

  • ศิลปะการสอนที่มีชีวิต บทความโดย  คุณยุทธชัย เฉลิมชัย
  • การศึกษาวอลดอร์ฟ บทความโดย ผศ. ดร.บุษบง ตันติวงศ์ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • หัวเลี้ยวหัวต่อ เด็กก็ไม่ใช่ ผู้ใหญ่ก็ไม่เชิง หนังสือ โดย Betty Stale แปลโดย จันทร์เพ็ญ พันธุ์โอสถ
  • การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยไทย ตามแนวคิดวอลดอร์ฟ   รายงานการวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี โดยนายแพทย์พร พันธุ์โอสถ 
  • คุณคือครูคนแรกของลูก  หนังสือ เขียนโดย Rihima Balawin Dancy แปลโดย สุวรรณา โชคประจักษ์ชัด อุชุคตานนท์
  • History of Waldorf schools – Wikipedia, the free encyclopedia
  • Waldorf schools and Waldorf education – a growing school movement
  • The Waldorf Movement
  • ทัศนะต่อความเป็นมนุษย์ในมุมมองของการศึกษาวอลดอร์ฟ [ชุดบทความ90ปีวอลดอร์ฟ]

    กันยายน 5, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

    บทความชุดนี้ผมจัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 90ปีการศึกษาวอลดอร์ฟ  โดยรวบรวมและนำมาเรียบเรียงขึ้นใหม่จากบทความในหนังสือและเอกสารต่างๆหลายฉบับ โดยได้ระบุแหล่งที่มาไว้ตอนท้ายของบทความแล้ว

    ทัศนะต่อความเป็นมนุษย์ในมุมมองของการศึกษาวอลดอร์ฟ

    ความเป็นมนุษย์ประกอบไปด้วย 3 มิติ

    1. รูปกาย (body) คือ ส่วนที่ประกอบขึ้นเป็นรูปร่างของมนุษย์ ทำให้เราสามารถรับรู้โลก รู้จักตัวเองและสิ่งต่าง ๆ รอบตัว โดยผ่านการกระทำของสองมือ(hand) และแฝงเร้นไปด้วยพลังเจตจำนง (will)  ทั้งโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม การพัฒนาพลังเจตจำนงให้มุ่งไปในทิศทางที่ถูกต้องและดีงาม ตลอดจนสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโลกจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น

    2. จิตใจ (soul) คือ มิติของโลกภายในใจเรา ทำให้เราเกิดความรู้สึกต่อโลก ต่อตัวเองและสิ่งต่าง ๆแสดงคุณภาพออกมาโดยผ่านความรู้สึกต่าง ๆ ของมนุษย์ผ่านทางหัวใจ (heart)   การพัฒนาความรู้สึก (feeling) ต่างๆให้เปี่ยมล้นด้วยความงดงาม จึงเป็นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ Read more…

    Categories: Uncategorized

    ความเป็นมาของการศึกษาวอลดอร์ฟ [ชุดบทความ90ปีวอลดอร์ฟ]

    กันยายน 4, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

    บทความชุดนี้ผมจัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 90ปีการศึกษาวอลดอร์ฟ  โดยรวบรวมและนำมาเรียบเรียงขึ้นใหม่จากบทความในหนังสือและเอกสารต่างๆหลายฉบับ ซึ่งได้แจ้งแหล่งที่มาไว้ตอนท้ายของบทความแล้ว

    200px-RSteiner

    ความเป็นมาของการศึกษาวอลดอร์ฟ


    ดร.รูดอร์ฟ สไตเนอร์ (1861-1925) นักปรัชญาเมธีชาวออสเตรีย เป็นผู้จัดตั้งการศึกษาวอลดอร์ฟขึ้นโดย การศึกษานี้เป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวตามแนวทางมนุษยปรัชญา (Anthroposophy) เพื่อให้สามารถพัฒนามนุษย์ให้ได้ถึงส่วนลึกที่สุดของจิตใจ  สไตเนอร์ใด้บรรยายความรู้วิทยาศาสตร์ทางจิตวิญญาณและเขียนงานเผยแพร่อย่างกว้างขวาง เพื่อถ่ายทอดความรู้ความสัมพันธ์ของจิตวิญญาณที่มีต่อมนุษย์  การเคลื่อนไหวตามปรัชญานี้ก่อให้เกิดการพัฒนาในศาสตร์สาขาต่างๆ ที่เกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ ทั้งด้านการแพทย์ เภสัชกรรม สถาปัตยกรรม เกษตรกรรม การธนาคาร ชุมชน วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ การละคร ดนตรีและศิลปะ ศิลปะการเคลื่อนไหวแบบยูริธมี่ การศึกษาพิเศษ ศิลปะบําบัด จิตวิทยา Read more…

    ผู้เข้าชมเว็บมากกว่าทุกวัน จากอิทธิพลของทีวีและทางเลือกทางการศึกษา ที่ผู้คนแสวงหา

    กันยายน 1, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

    เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 30สิงหาคม 2552  ที่ผ่านมา รายการทีวีชื่อ”ฟ้าเมื่องไทย” ได้ออกอากาศ บันทึกภาพบรรยากาศ ที่โรงเรียนปัญโญทัย พร้อมคำให้สัมภาษณ์ของ หมอพร พันธุ์โอสถ , ผู้ปกครอง และเด็กนักเรียนอีก3-4 คน   ซึ่งเราทราบมาล่วงหน้ามาก่อนแล้วว่ามีรายการทีวีมาถ่ายทำที่โรงเรียนเมื่อหลายวันก่อน  จึงตั้งตารอดู

    ในระหว่างรายการ เห็นมีSMS เป็นแถบอยู่ด้านล่าง มีหลายๆอันที่สอบถามที่อยู่ของโรงเรียนบ้าง เบอร์ติดต่อบ้าง  ผมเห็นอย่างนั้นเลยคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่า เช้าวันนี้คนที่ชมรายการและสนใจ คงจะพยายามหาข้อมูลโรงเรียนและแนวการศึกษาวอลดอร์ฟกันยกใหญ่  ซึ่ง Internet และ Search Engine ก็คงเป็นช่องทางที่ผู้คนใช้เป็นเครื่องมือในการค้นหาข้อมูลของโรงเรียนและแนวคิดการศึกษาวอลดอร์ฟ   แน่นอนว่าคำที่ใช้ค้นหาใน Google คงหนีไม่พ้นคำประเภท ปัญโญทัย และ วอลดอร์ฟ และ เว็บไซด์ใดที่มีข้อมูลปัญโญทัยและวอลดอร์ฟ ก็น่าจะมีผู้เข้าเยี่ยมชมมากขึ้นเป็นพิเศษ รวมทั้งเว็บแห่งนี้ด้วย Read more…

    Categories: ข่าวการศึกษา ป้ายกำกับ:

    จดหมายข่าวปัญโญทัย 31สิงหาคม 2552

    สิงหาคม 31, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

    จดหมายข่าวปัญโญทัย 31 สิงหาคม 2552

    90 ปี วอลดอร์ฟ

    • วันศุกร์ที่ 4 และวันเสาร์ที่ 5 กันยายนนี้ เด็กปัญโญทัยตั้งแต่ชั้น ป. 5 – ม. 6  จะไปแสดงในงานฉลองครบรอบ 90 ปีการศึกษาวอลดอร์ฟ ที่จะจัดให้มีขึ้น ณ หอประชุม 101 คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยวันที่ 4 จะมีการเรียนการสอนตามปกติสำหรับอนุบาล – ป. 2 ส่วนชั้นอื่น ๆ จะกลับมาเรียนต่อภายหลังแสดงเสร็จ
    • เด็กปัญโญทัยจะแสดงนาฏศิลป์ ดนตรีไทย ในวันที่ 4 เวลา 10.00-10.30 น.
    • โดยเด็กที่แสดงดนตรีไทยควรไปถึงเวลา 7.00 น. พ่อแม่กรุณาไปส่งลูกให้ตรงเวลาด้วย
    • หลังเสร็จการแสดง เด็กโตจะกลับมาโรงเรียนเอง ส่วนเด็กเล็กครูเป็นผู้พากลับ Read more…

    ความเคลื่อนไหวของการศึกษาวอลดอร์ฟทั่วโลกตลอด 90 ปีที่ผ่านมา

    สิงหาคม 30, 2009 Blue Blog ใส่ความเห็น

    ผมได้อ่านพบรายงานการวิจัย เรื่อง  The development of the worldwide Waldorf school movement โดย  Holger Niederhausen / Friends of Waldorf Education (Freunde der Erziehungskunst Rudolf Steiners e. V.) Http://www.freunde-waldorf.de และผมได้สรุปสาระบางส่วนมาลงไว้เพื่อท่านได้เห็นว่า การศึกษาวอลดอร์ฟมีการขยายตัวไปมากน้อยเพียงใด  และพบว่านับตั้งแต่ ปี 1919  ซึ่งเป็นปีที่โรงเรียนวอลดอร์ฟแห่งแรก ถูกก่อตั้งขึ้นที่โรงงานยาสูบ วอลดอร์ฟ  เมืองสตุตการ์ต (Stuttgart) เยอรมัน จากข้อมูลล่าสุดในรายงานดังกล่าวระบุว่า ในปัจจุบัน  คศ.2009  รวมเวลา 90 ปี โรงเรียนวอลดอร์ฟ มีขยายตัวไปถึง 1000 แห่งแล้ว  ลองอ่านข้อมูลที่ผมสรุปมาให้ครับ Read more…

    ความเห็นผู้อ่าน 30สค.2552

    สิงหาคม 30, 2009 Blue Blog 1 comment

    มีผู้อ่านท่านหนึ่งใช้นามปากกาว่า คิ้วนาง ได้กรุณาแสดงความเห็นไว้ในบทความ “ทำไมต้อง…..วอลดร์ฟ” ผมเห็นว่าน่าสนใจเลยนำมาลงเป็นบทความไว้ เชิญอ่านครับ

    สนใจและเริ่มเข้าใจการศึกษาวอลดอร์ฟเมื่อเริ่มมีคำถามเกี่ยวกับชีวิตว่า ชีวิตคืออะไร สุดท้ายปลายทางของชีวิตอยู่ที่ไหน เมื่อได้คำตอบก็เป็นจังหวะที่มีโอกาสได้เข้าศึกษาเกี่ยวกับการศึกษาวอลดอร์ฟ ในหลายๆโอกาส (คิดว่า)ทำให้ตนเองเข้าใจได้ลึกซึ้งขึ้นและไม่ได้มองการศึกษษวอลดอร์ฟเป็น แค่เพียงการศึกษาเพื่อให้มีความรู้ไปประกอบอาชีพเท่านั้น หากแต่มองว่ากระบวนการจัดการศึกษาตามแนววอลดอร์ฟตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถัง ระดับที่สูงขึ้นไปเป็นกระบวนการที่หล่อหลอมให้เด็กได้สามารถเข้าถึงความจริง ความดี ความงาม ได้ในที่สุดโดยผ่านการปูพื้นฐานที่เหมาะสมกับพัฒนาการและการตระหนักรู้ในแต่ ละช่วงวัย พอดีเป็นคนไม่มีลูก ก็เลยไม่รู้จะเอาไปใช้กับใคร เรื่องของคุณภาพไม่มีความสงสัย หากแต่คิดไปถึงว่าอีกนานเท่าไรที่เด็กต่างจังหวัด เด็กที่ยากไร้ ขาดแคลนจะมีโอกาสได้รับการศึกษาที่ดีเช่นนี้บ้างเท่านั้นเอง คงต้องช่วยกันหลายฝ่าย และคงใช้เวลาอีกหลายสิบปีหรือตราบเท่าที่จิตสำนึกของผู้ที่มีอำนาจในการ เปลี่ยนแปลงจะมองเห็นความทุกข์ในการเกิด แก่เจ็บ ตายหรือเปล่าก็ไม่รู้

    Categories: บอกต่อ