จดหมายข่าวปัญโญทัย 8กพ.2553
-
ตรุษจีน
เป็นธรรมเนียมของทุกปีที่โรงเรียนให้เด็กมีส่วนร่วมและซึมซับความเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และขนบธรรมเนียมประเพณีอันงดงามที่สืบทอดกันมาช้านาน ผ่านงานเทศกาลต่างๆ งานฉลองปีใหม่เพิ่งผ่านพ้นไปด้วบรรยากาศครึกครื้นน่าประทับใจแบบตะวันตก วันตรุษจีนก็กำลังใกล้เข้ามา พี่ๆ ม.1 จะทำหน้าที่ถ่ายทอดวิถีแบบจีน ด้วยขบวนเชิดสิงห์โตไปตามห้องต่างๆ ในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 15 นี้ หากผู้ปกครองท่านใดต้องการนำผลไม้ ขนมเข่งขนมเทียน ขนมปุยฝ้าย หรืออื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารคาว มาให้ครูจัดโต๊ะไหว้ สามารถนำมาให้ไว้ที่ห้องครัว
-
เจ้าชายแห่งไอร์แลนด์
เจ้าชายแห่งไอร์แลนด์แพ้พนันกับพ่อมดจึงต้องทำตามข้อตกลงที่ให้ไว้ ระหว่างที่พยายามทำอยู่นั้น เจ้าชายก็พบรักกับลูกสาวของพ่อมด จึงมีเงื่อนไขที่ต้องทำเพิ่มขึ้นอีกเชิญพบกับการผจญภัยของเจ้าชายได้ในการแสดงละครของชั้นป. 4 วันเสาร์ที่ 20 กพ. เวลา 13.00 น.
-
ธรรมชาติเด็ก
“ธรรมชาติของเด็กปฐมวัย” ซึ่งขาดตลาดไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ขณะนี้พิมพ์ใหม่เสร็จเรียบร้อย พร้อมบทบรรยายเพิ่มเติมจากดร.รูดอล์ฟ สไตเนอร์ สาระของคำบรรยายลึกซึ้งและต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ อาจจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเข้าใจยากสำหรับผู้ที่ใหม่ต่อแนวความคิดของสไตเนอร์ ผู้อ่านเล่มนี้จึงควรมีพื้นฐานมาก่อน Read more…
กรณีตัวอย่างความขัดแย้งในการเลือกโรงเรียนให้ลูก
ผมไปอ่านเจอ คำบ่นยาวๆของคุณแม่ใน Webboard แห่งหนึ่ง เกี่ยวกับความขัดแย้งในครอบครัว เรื่องโรงเรียนของลูก ด้วยทัศนะที่แตกต่างกันของคนในครอบครัว ฝ่ายหนึ่งพึงพอใจกับ โรงเรียนที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ วิชาการเต็มที่ อ่านเขียนกันตั้งแต่ สองขวบ ส่วนอีกฝ่ายอยากให้ลูกได้มีกิจกรรมเพื่อการพัฒนาในด้านอื่นๆ มากกว่าการนั่งเขียนนั่งอ่าน ทำการบ้าน
ผมเข้าใจว่ากรณีนี้น่าจะเกิดขึ้นกับหลายๆครอบครัว ลองอ่านที่ผมคัดลอกมาลงไว้ให้ แล้วลองตามไปอ่านความเห็นของท่านอื่นๆที่เข้าไปคอมเมนต์ในกระทู้ ผมทำลิงค์ไว้ให้ที่ตอนท้ายของบทความแล้ว อ่านดูครับ
เซ็งค่ะ ทะเลาะกับแฟนเรื่องโรงเรียนลูกอีกแล้ว อยากเปลี่ยนแต่เฮียไม่ยอม มาหาว่าเราเรื่องมาก !! เชอะ !!
เราว่าจะไม่ระบายแล้ว แต่ว่า มันทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ ค่ะ
คือเรื่องมีอยู่ว่าเราพาลูกไปเรียนโรงเรียนหนึ่ง เป็นโรงเรียนหลักสูตร EP
ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน (มาก) ตอนนั้น เรายอมรับนะคะว่าเราอยากเข้าที่นี่
เพราะเราดูภายนอก เราคิดว่า เด็กเล็กอยากเน้นสะอาด ใกล้บ้าน
เราเลยคะยั้นคะยอให้แฟนพาไปสมัครเรียน ตอนแรกก็คัดค้านกันใหญ่
พอเรียน ๆ ไป เค้ากลับชอบ แต่เราหน่ะ พอเข้าไปคลุกคลี
ไปเห็นวิธีการสอน เห็นทุกอย่างละเอียดแล้ว เรากลับไม่ชอบ Read more…
ไม่ค่อยมีเนื้อหาใหม่ๆมาเพิ่มเติม
เรียนท่านผู้อ่าน
วันก่อนได้แจ้งข่าวไปว่าจะยุติการเพิ่มเติมเนื้อหาภายในเว็บไซต์โรงเรียนลูก-โรงเรียนพ่อแม่ แห่งนี้ ซึ่งอ่านแล้วอาจจะใช้คำที่ดูน่าตกใจ แต่ไม่มีอะไรมากครับ เพียงแค่เห็นว่าในเมื่อไม่ค่อยมีเรื่องราวใหม่ๆมาลงเพิ่มเติม ก็ควรจะแจ้งให้ทราบไว้ จะได้ไม่หงุดหงิดว่ามากี่ทีๆ ก็เหมือนเดิม มีบางท่านก็ถามผ่านๆมาว่าทำไมไม่ค่อยมีอะไรใหม่ๆมาให้อ่าน ข้อมูลที่เกี่ยวกับการเรียนของลูกที่โรงเรียน ส่วนใหญ่ก็เป็นกิจกรรมเดิมๆ ที่เคยเกิดขึ้นและยังไม่มีอะไรใหม่ๆ ส่วนเนื้อหาความรู้ที่ผู้จัดทำมีอยู่ในมือแต่เดิม ก็ทยอยนำมาลงไปจนหมดสต๊อคแล้ว
ตัวผู้จัดทำเองก็ต้องสารภาพว่าเกือบปีที่ผ่านมาแทบไม่มีโอกาสได้เพิ่มเติมความรู้ใดๆให้กับตัวเองเท่าไหร่นัก ข้อมูลบทความเท่าที่มีอยู่ก็เป็นเอกสารภาษาอังกฤษเก่าๆที่เก็บรวบรวมไว้หลายปีแล้ว ซึ่งคงต้องอาศัยเวลามากเอาการในการแปลและเรียบเรียง ด้วยภาษาอังกฤษที่ไม่แข็งแรงของผู้จัดทำ แต่ถ้าหากผู้อ่านท่านใดจะกรุณาช่วยแปลให้ ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง Read more…
เชิญเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อความรู้การศึกษาบำบัดเพื่อเด็กพิเศษ
เครือข่ายการศึกษาวอลดอร์ฟประเทศไทย (กลุ่มการศึกษาบำบัดแนวมนุษยปรัชญา) ได้ส่งข่าว การปาฐกถาและการอบรมความรู้ด้านการศึกษาบำบัดเพื่อเด็กพิเศษ เพื่อแจ้งให้กับท่านผู้สนใจ ได้เข้ารับฟังและร่วมในกิจกรรม ซึ่งมีรวม 3 กิจกรรม ในวันเวลาต่างๆ ตามรายละเอียดด้านล่างนี้
1. ปาฐกถาพิเศษเรื่อง Transformative Relationship Between the Child and the Educator (as the introduction to Anthroposophical Curative Education) บนหนทางแห่งการเปลี่ยนแปลงและเติบโต ระหว่างครูกับลูกศิษย์ผู้มีความต้องการพิเศษ
2. หลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการ 5 วันกับ Jan Goeschel และ Becky Rutherford ร่วมด้วยนักศิลปะบำบัด: คุณอนุพันธุ์ พฤกษ์พันธ์ขจี
3. การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเด็กพิเศษเป็นรายบุคคล (Individual Case)
Transformative Relationship Between the Child and the Educator
(as the introduction to Anthroposophical Curative Education )
บนหนทางแห่งการเปลี่ยนแปลงและเติบโต ระหว่างครูกับลูกศิษย์ผู้มีความต้องการพิเศษ
โครงการเพิ่มขีดความสามารถของคณะครุศาสตร์ สู่การเป็นสถาบันพัฒนาบุคคลากรทางการศึกษาที่มีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ฝ่ายกิจการพิเศษ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ มูลนิธิต้นรักเพื่อเด็กพิเศษ และเครือข่ายการศึกษาวอลดอร์ฟประเทศไทย (กลุ่มการศึกษาบำบัดแนวมนุษยปรัชญา)
ขอเชิญรับฟังปาฐกถาพิเศษ เรื่อง
Transformative Relationship Between the Child and the Educator (as the introduction to Anthroposophical Curative Education) บนหนทางแห่งการเปลี่ยนแปลงและเติบโต ระหว่างครูกับลูกศิษย์ผู้มีความต้องการพิเศษ
โดย
คณาจารย์จากศูนย์การอบรมการศึกษาบำบัดเพื่อเด็กที่ต้องการพิเศษ
Jan Goeschel, MA. the director of teacher training seminar of the Camphill Special School, Pennsylvania, USA
Becky Rutherford, MA. the experienced class teacher and tutor for the seminar at the Camphill Special School, BeverRun, Pennsylvania, USA
ในโลกปัจจุบันการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษมักมุ่งเน้นการแบ่งประเภทความผิดปรกติและการรักษาเยียวยาตามกลุ่มอาการที่ปรากฏ โดยมิได้ให้ความสำคัญกับ
“องค์รวมแห่งความเป็นมนุษย์” ที่กอรปขึ้นด้วย ร่างกาย อารมณ์ความรู้สึก และจิตวิญญาณ ตลอดจนชะตาชีวิตของพวกเขาที่เลือกเส้นทางชีวิตมาสู่โลก อย่างแตกต่างกันไปในฐานะปัจเจกบุคคล และที่สำคัญที่สุดคือ ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งในสังคมนี้
ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเปิดทัศนะและมุมมองเกี่ยวกับ
“การศึกษาบำบัดตามแนวมนุษยปรัชญา”
( Anthroposophical Curative Education)
ร่วมแสวงหาหนทางแห่งการช่วยเหลือเด็กในฐานะ “ปัจเจกบุคคล” ที่ไม่ได้ยึดติดกับกลุ่มอาการและความบกพร่อง
และร่วมศึกษาปฐมบทแห่งงานครุศาสตร์บำบัดด้วยการสังเกตใคร่ครวญ และปรับเปลี่ยนทัศนคติภายใน
ด้วยว่า…การพบกันระหว่างครูกับลูกศิษย์ผู้มีความต้องการพิเศษ เรียกร้องเรา
ปลุกเราให้เปิด ปรับ และเปลี่ยนแปลง เพื่อก้าวไปกับพวกเขาบนหนทางแห่งการศึกษาและช่วยเหลือให้พวกเขาได้ค้นพบความหมายและคุณค่าที่แท้จริงแห่งความเป็นมนุษย์
กำหนดการ: ท่านจะได้พบกับการแสดงจิตตลีลาหรือ Eurythmy วีดีทัศน์เกี่ยวกับการศึกษาบำบัดในโรงเรียนเพื่อเด็กพิเศษที่บีเวอร์รัน เพนซิลวาเนีย และปาฐกถา (พร้อมการแปลภาษาไทย)
ในวันพุธที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๕.๓๐ ถึง ๑๘.๓๐ น. ณ ห้องประชุม ๑๐๑ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เชิญรับฟังโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
หลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการ 5 วันกับ Jan Goeschel และ Becky Rutherford
ร่วมด้วยนักศิลปะบำบัด: คุณอนุพันธุ์ พฤกษ์พันธ์ขจี
สำหรับครูการศึกษาพิเศษ ผู้ปกครอง นักบำบัด และผู้สนใจในการศึกษาบำบัดตามแนวมนุษยปรัชญา ขอเชิญร่วมทำความเข้าใจเด็กที่มีความต้องการพิเศษ และการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของครูและบุคคลที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเด็กๆ เหล่านี้
การอบรมทั้งหมดมี 5 วัน เริ่มตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 8-12 เมษายน 2553
ณ ห้องประชุมโรงเรียนวรรณสว่างจิต ถนนพระราม2 เวลา 9.00-16.30 น.
ค่าลงทะเบียนสำหรับการอบรมเชิงปฏิบัติการ 5 วัน ท่านละ 5,000 บาท ( รวมอาหารกลางวัน อาหารว่าง และอุปกรณ์ในการอบรม)
โอนเงินบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยอ่อนนุช หมายเลขบัญชี 401 339 749 0
ชื่อบัญชี สิริมิตร ทวีปรังษีนุกูล กรุณาแฟกซ์ใบ pay in ที่ โทร. 02 8969435
* ลงทะเบียนก่อนวันที่ 8 มีนาคม 2553 เหลือ 4,500 บาท**
สอบถามรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่
สิริมิตร ทวีปรังษีนุกูล เบอร์โทร 089 1260014 email: sirimit.gl@gmail.com
รวิมาศ ปรมศิริ เบอร์โทร. 081 4996430 email: aerawimas@gmail.com
การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเด็กพิเศษเป็นรายบุคคล (Individual Case)
จากประสบการณ์ที่ทำงานร่วมกับ Becky ในปี ๒๕๕๐ พบว่าการให้คำปรึกษาและร่วมกันสังเกตเด็กเป็นรายบุคคลพร้อมผู้ปกครอง เป็นผลดีที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง “บ้าน” และ “โรงเรียน” เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลเด็กและทำความเข้าใจเด็กได้ดีขึ้น ในครั้งนี้วิทยากรทั้งสองคือ Becky Rutherford และ Jan Goeschel ได้เปิดโอกาสให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองเป็นรายบุคคลอีกครั้งในวันศุกร์ที่ ๑๖ และวันเสาร์ที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๓ ณ ห้องเรียนมูลนิธิต้นรักเพื่อเด็กพิเศษ โรงเรียนวรรณสว่างจิต
ค่าใช้จ่ายต่อบุคคล 1,000 บาท
โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยอ่อนนุช หมายเลขบัญชี 401 339749 0
ชื่อบัญชีนางสิริมิตร ทวีปรังษีนุกูล กรุณาแฟกซ์ใบ pay in โทร. 02 896 9435
สนใจติดต่อและทำการนัดหมายได้ที่คุณรวิมาศ ปรมศิริ โทร.081 4996430
email: aerawimas@gmail.com
ภาพงานวันคริสต์มาส-ปีใหม่ ที่ปัญโญทัย 25ธค.2552
ไหว้พระจันทร์ ที่ปัญโญทัย ตุลา2552
ผมได้ถ่ายรูป งานวันไหว้พระจันทร์ ที่โรงเรียนปัญโญทัย เมื่อต้นเดือนตุลาคม 2552 ผ่านมา2เดือนแล้วแต่พึ่งมีเวลานำมาลงไว้ ภาพด้านบนเป็นภาพการจัดโต๊ะสักการะของแต่ละห้องเรียน
โดยปกติแล้ว งานเทศกาลประจำปี ถือ Read more…
เรื่องเล่าจากลูก วันที่ 8ธค.52
เมื่อครู่นี่ลูก(เรียนอยู่ป.5) นำเรื่องที่ครูเล่าในชั้นมาเล่าต่อให้ฟัง ผมบันทึกตามได้ความดังต่อไปนี้
เศรษฐีคนหนึ่ง ต้องขึ้นเครื่องบินไปติดต่อกับบริษัทที่ต่างประเทศบ่อยๆ เขาจ้างยามที่ดูหมอแม่นมากไว้ เช้าวันหนึ่ง เศรษฐีคนนี้ถือกระเป๋าเตรียมตัวจะไปขึ้นเครื่องบิน ยามก็เข้ามาห้ามว่า “อย่าไปเลยนาย เมื่อคืนผมฝันว่า เครื่องบินที่นายจะเดินทางไป มันตกและนายก็จะตาย เชื่อผมเถอะ ผมทายกี่ครั้งก็แม่นทุกครั้ง Read more…
บทความจาก กรุงเทพธุรกิจ “โรงเรียนสีหวานเพื่อการเรียนรู้”
กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2552 ได้ลงบทความ ชื่อ ” โรงเรียนสีหวานเพื่อการเรียนรู้” เนื้อหา ช่วงแรกของบทความจะพูดถึงรายละเอียด การออกแบบสถาปัตยกรรม ที่เน้นๆอยู่ 4 ประเด็น คือ
- การเลือกใช้สีของอาคารเพื่อใช้ประโยชน์ในการสร้างอารมณ์ความรู้สึก ที่เหมาะสมกับการส่งเสริมการเรียนรู้ในแต่ละช่วงวัย
- ระบบถ่ายเทอากาศ ( Ventilation) และแสงสว่าง
- การเลือกทำเลที่ตั้ง ที่มีความเป็นธรรมชาติ
- การใช้รูปทรงที่โค้งมน ในองค์ประกอบต่างในโรงเรียนและห้องเรียน
ตอนท้ายเป็นการพูดถึงแนวคิดของการจัดการศึกษาแบบวอลดอร์ฟของโรงเรียน ซึ่งก็คงเคยอ่านกันมาในหลายๆแห่งอยู่แล้ว
เท่าที่ผมอ่านดู ผมมีความเห็นเพิ่มเติมกับบทความดังนี้
บทความเหมือนเน้นไปที่การออกแบบสถาปตยกรรม แต่ไม่แน่ใจว่าได้สัมภาษณ์ สถาปนิกผู้ออกแบบหรือไม่ รวมทั้งไม่ได้ให้เครดิต ชื่อของสถาปนิกไว้ในบทความ ในความเห็นของผม งานสถาปัตยกรรมที่ดีที่จะสามารถตอบสนองผู้ใช้อาคารได้เต็มที่ ไม่ใช่แค่รายละเอียดที่ได้เขียนไว้ในบทความเท่านั้น แต่น่าจะเริ่มต้นตั้งแต่การเลือกวางผังอาคารที่เหมาะสม การคำนึงถึง ทิศทางแดดลมฝน การขยายตัวในอนาคต คำนึงถึงกลุ่มผู้ใช้อาคารทุกกลุ่ม ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง มีการถกเถียงกันในแวดวงสถาปนิกอยู่ว่า สถาปัตยกรรมที่ดีควรจะรับใช้ สิ่งที่มนุษย์เป็น หรือว่าควรจะเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
ผมนำบทความมาลงไว้ ณ.ที่นี่ ซึ่งท่านสามารถอ่านต้นฉบับในกรุงเทพธุรกิจ โดยคลิกที่นี่ครับ
และหากท่านสนใจเกี่ยวกับการออกแบบโรงเรียนวอลดอร์ฟ ผมมีวิทยานิพนธ์ของนักศึกษา สถาปัตย์ในต่างประเทศ มาให้ Download ไปอ่านเพิ่มเติมได้ครับ
วิทยานิพนธ์ ชื่อว่า The Santa Cruz Waldorf High School: An Approach to Adolescent Social and Educational Concerns เนื้อหาของวิทยนิพนธ์ จะแสดงขั้นตอนของการทำงานออกแบบ และสิ่งต่างๆที่ต้องคำนึงถึง และโดยเฉพาะเมื่อต้องออกแบบโรงเรียนวอลดอร์ฟ ที่มีเรื่องต้อง คำนึงถึงมากกว่าแค่กายภาพ ของตัวอาคาร
คลิกที่ Link นี้ http://parentschool.files.wordpress.com/2009/11/school-design-thesis3.pdf
โรงเรียนสีหวาน เพื่อการเรียนรู้
ด้วยหวังจะสร้างการ ศึกษาที่แตกต่าง ร.ร.ปัญโญทัยถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อ 13 ปีที่แล้ว แม้แต่สถาปัตยกรรมก็ยังถูกออกแบบเพื่อการเรียนรู้ของเด็กๆ
ด้วยหวังจะสร้างการเรียนรู้ ที่แตกต่างสำหรับเด็กๆ นายแพทย์พร พันธุ์โอสถ จึงก่อตั้ง ‘โรงเรียนปัญโญทัย’ ขึ้นเมื่อ 13 ปีที่แล้ว ในรูปแบบ ‘โฮมสคูล’ เพื่อจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนจำนวนไม่เกินนิ้วนับ Read more…
จดหมายครูอ้วนเรื่อง การศึกษาบำบัด ฉบับที่ ๑
ได้รับ อีเมลล์จากครูอ้วนที่เขียนขึ้น เมื่อได้อ่านคำถามจากผู้อ่านท่านหนึ่งเกี่ยวกับความพยายามหาที่เรียนให้ลูกที่เป็นเด็กพิเศษเข้าเรียน ครูอ้วนได้เล่าสิ่งที่ไปพบเห็นเมื่อไม่นานมานี้จาก ชุมชนในแนว Camphill และความเห็นของครูอ้วนต่อการเรียนร่วมกันระหว่างเด็กพิเศษกับเด็กปกติ เชิญอ่านดูครับ
ครูอ้วนยังไม่ได้เปิดเทอมให้กับเมษาเลยเพราะเกิดอาการไม่สบายเป็นไข้หวัดใหญ่ ผลมาจากการเดินทางไกล และกิจกรรมทุกวันตลอดสองสัปดาห์ที่ โรงเรียนเพื่อเด็กพิเศษชื่อว่า Beaverrun ในรัฐเพนซิลวาเนีย อเมริกา (ชื่อเป็นทางการคือ The Camphill Special School) เป็นชุมชุมในแนวแคมป์ฮิลล์ ซึ่งมีรากฐานแนวคิดมาจากดร.รูดอร์ฟ สไตเนอร์และดร.คาร์ล คูนิกที่เป็นศิษย์ของเขา ดร.คาร์ล คูนิกเป็นแพทย์ที่ศึกษาด้านตัวอ่อนมนุษย์ และเป็นคนแรกที่ริเริ่มการอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนระหว่างคนพิเศษกับคนปกติ โดยนำเอาความคิดเรื่องมนุษย์และหลักการ Threefold social order ของรูดอร์ฟ สไตเนอร์มาใช้ในการบริหารจัดการชุมชนและโรงเรียน โรงเรียนนี้มีตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมปีที่ ๖ ครูอ้วนไปอยู่ที่นั่นมาสองสัปดาห์ด้วยความอุปถัมภ์ดูแลเป็นอย่างดีของคุณครูเบ็คกี้และผู้คนในชุมชน ซึ่งที่นั่น หมอนและครูเจี๊ยบก็เป็นนักศึกษาปีสองของการศึกษาบำบัดแนวมนุษยปรัชญานี้ด้วยค่ะ
ส่วนใหญ่แล้วครูอ้วนจะได้มีโอกาสเข้าไปสังเกตการณ์ในห้องตั้งแต่อนุบาลจนถึงชั้นโต และรวมทั้งงานด้านการบำบัดด้วย Read more…
บันทึก การศึกษาบำบัด (Curative Education) ที่ชุมชนแคมป์ฮิล ( Camphill )ในอเมริกา ตอนที่1
ครูอ้วน ที่ได้ส่งบทความมาลงในเว็บอยู่หลายครั้ง ได้เสนอที่จะช่วยเป็นผู้ดูแลเนื้อหา ทางด้านการศึกษาบำบัดในเว็บนี้ และได้เขียนคำนำไว้ดังนี้
ความมุ่งหมายของครูอ้วนในการนำเสนอบทความและเรื่องราวของนักเรียนไทย สองคนที่กำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนฝึกหัดครูสำหรับการศึกษาเพื่อเด็กพิเศษใน อเมริกา เพื่อต้องการให้สังคมไทยได้มีทางเลือกในการจัดการศึกษาเพื่อเด็กกลุ่มนี้ และในอนาคตอาจจะเป็นไปได้ที่จะมีการรวมกลุ่มพ่อแม่ ครูและผู้สนใจจัดตั้งสถาบันเพื่อการศึกษาบำบัดและสร้างสรรค์ชุมชนที่อยู่ ร่วมกันระหว่างผู้ใหญ่และเด็กพิเศษขึ้นมาอีกแห่งค่ะ
ครูอ้วนเชื่อว่าสังคมเราแข็งแรงได้ ถ้าเรามีพื้นที่ให้กับการบ่มเพาะความรักความเมตตาในหัวใจของเรา และด้วยความรักความเมตตาที่กอปรด้วยสติระลึกรู้ จะทำให้เรามีพลังมุ่งมั่นในการทำการสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพื่อที่จะช่วยให้คนที่อ่อนแอกว่าได้มีพื้นที่ยืนเคียงข้างกันในฐานะมนุษย์ และปัจเจกชนคนหนึ่งไม่ว่าเขาจะพิการทางกายหรือบกพร่องทางจิตใจก็ตาม
จดหมายในครั้งนี้มาจากน้องหมอนค่ะ เธอพำนักอยู่ที่อเมริกาเพื่อเรียนฝึกหัดครูการศึกษาบำบัดปีที่สอง ลองอ่านเรื่องราวที่เธออยากแบ่งปันดูนะคะ
สวัสดีปีการศึกษาใหม่
สวัสดีค่ะ
ขอแนะนำตัวก่อนว่าหมอนเป็นนักเรียนไทยที่มาศึกษาด้านการศึกษาบำบัด (Curative Education) ที่ชุมชนแคมป์ฮิล ( Camphill ) แห่งหนึ่งในอเมริกา ปีนี้เป็นปีที่สองค่ะ ที่นี่มีนักเรียนไทยสองคนคือหมอน และ อีกคนคือครูเจี๊ยบที่หลายๆท่านคงรู้จักกันดี ในการเรียนที่นี่ทุกคนต้องทำงานกับเด็กพิเศษ โดยสังกัดเป็นบ้านซึ่งแต่ละบ้านจะทำงานกับเด็กในช่วงอายุต่างกัน คือ 7-12 ปี, 13-16 ปี และ 17-19ปี หรือจะลองคิดง่ายๆก็คือ บ้านเด็กประถม, เด็กมัธยมต้น และเด็กมัธยมปลายค่ะ พี่เจี๊ยบและหมอนทำงานอยู่บ้านคนละหลัง แต่อยู่ในกลุ่มอายุประถมเหมือนกันค่ะ
ตอนนี้ที่นี่อยู่ในช่วงปลายฤดูร้อน กำลังจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงซึ่งจะนับตั้งแต่วันที่ 21 กันยายนเป็นต้นไป ปีนี้ดูเหมือนว่าฤดูร้อนจะบอกลาไปเร็วกว่าปกติค่ะ เพราะสองอาทิตย์แรกของเดือนกันยายนที่ผ่านมานั้นอากาศเย็นและครึ้มฟ้าครึ้มฝนแทบทุกวัน พอเข้าฤดูใบไม้ร่วงอากาศก็จะเย็นลง และจะเริ่มเห็นใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีเป็นส้ม แดง เหลือง สีม่วงก็มีนะคะ สวยงามมาก และกลางวันก็จะเริ่มสั้นลงเรื่อยๆ จนถึงวันที่กลางวันสั้นที่สุดในรอบปีซึ่งหมายถึงฤดูหนาวเข้ามาเยือนอีกครั้งนั้นเองค่ะ Read more…
ขออภัยท่านผู้ติดตามอ่าน
ในช่วงนี้ ผมไม่ได้เข้ามา Update Blog เลย เนื่องจาก คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ที่ใช้อยู่ประจำ ตัวHard Disk เกิดปัญหาจนใช้งานไม่ได้ กำลังพยายามดึงข้อมูลบางส่วนกลับมาเท่าที่ทำได้ ดังนั้นระหว่างนี้ไม่มีคอมพิวเตอร์ประจำตัวใช้ จึงไม่ค่อยสะดวกที่จะเข้ามาเพิ่มเติมข้อมูล ท่านผู้อ่านที่เข้ามาเป็นประจำจึงพบว่า หลายวันมานี่ไม่มีอะไรใหม่ๆให้อ่านเลย ตอนนี้จึงขอยืมเครื่องของคนอื่นมาเขียนบอกข่าวให้ทราบไว้ก่อน และคงอีกสักระยะน่าจะกลับมาปรีบปรุงเพิ่มเติมให้อ่านกันได้ต่อครับ
จังหวะในชั้นเรียนอนุบาล วอลดอร์ฟ
เมื่อคราวเตรียมการจัดงาน 90ปี วอลดอร์ฟ คุณอนัญญา ผู้ปกครองที่ปัญโญทัย ได้กรุณาเป็นธุระรวบรวม ข้อมูลเรื่อง กิจกรรมการเรียนการสอนของเด็กแต่ละช่วงชั้น ที่เป็นไปด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ ทั้งจังหวะของวัน ของสัปดาห์ และของปี โดยการรวบรวมได้ใช้วิธีสอบถามจากคุณครูผู้สอนที่โรงเรียนปัญโญทัย แต่บทความชุดนี้ไม่ได้ถูกนำไปเผยแพร่ในงาน 90ปี จึงขอใช้พื้นที่นี้เพื่อเผยแพร่และเผื่อที่จะเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านตามสมควร ทั้งนี้เรื่องของจังหวะและความสม่ำเสมอในการทำสิ่งต่างๆ ในการศึกษาแนว วอลดอร์ฟ มีเหตุผลรองรับที่น่าสนใจ จะได้นำมาเผยแพร่เพิ่มเติมในโอกาสต่อๆไป
จังหวะในชั้นเรียนอนุบาล
การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน วอลดอร์ฟ จะคำนึงจังหวะเป็นหลัก โดยในชั้นอนุบาลนั้นจะต้องมีจังหวะที่ชัดเจนมาก จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ เพราะเราไม่ต้องการให้เกิดความหวาดระแวงในเด็กเล็ก ๆ นี้ และจังหวะที่มั่นคงจะช่วยสร้างความมั่นคงภายในเด็กให้เกิดขึ้นได้ จังหวะที่เกิดขึ้นก็จะมีจังหวะของวัน จังหวะของสัปดาห์ จังหวะของปี สำหรับปัญโญทัย หลังจากที่พ่อแม่ส่งลูกให้ครูแล้ว
จังหวะในแต่ละวันจะเป็นดังนี้คือ Read more…
บทความในกรุงเทพธุรกิจ “เด็กไทยสายพันธุ์วอลดอร์ฟ “
คอลัมน์ จุดประกาย ในหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ ฉบับประจำวันที่ 15กันยายน 2552 ได้ลงบทความเกี่ยวกับการศึกษาวอลดอร์ฟ โดยเนื้อหาหลักๆจะเป็นการพูดถึงความเป็นมาของการศึกษาแนวนี้ ได้สัมภาษณ์ หมอพร ของปัญโญทัย และครูอุ้ยแห่งอนุบาลบ้านรัก รวมทั้งเรื่องราวของการเรียนการสอนในโรงเรียนปัญโญทัย ผมได้นำมาบันทึกเก็บไว้ที่นี่ เพื่อช่วยเผยแพร่
เด็กไทยสายพันธุ์วอลดอร์ฟ
โดย : เพ็ญลักษณ์ ภักดีเจริญ
ที่นี่เด็กไม่เบื่อโรงเรียน เพราะวอลดอร์ฟเข้าใจธรรมชาติมนุษย์ เด็กๆ ได้เรียนรู้สิ่งที่สนใจ รักการค้นคว้า และได้พัฒนาตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ
14 ปีที่แล้ว หมอพร พันธุ์โอสถ ริเริ่มทำการศึกษาแนววอลดอร์ฟ โดยใช้บ้านเป็นสถานที่เรียน มีลูกของเขา 4 คนและลูกเพื่อนอีก 3 คนรวม 7 คนเป็นนักเรียนวอลดอร์ฟ ตอนนั้นเราคุยกันในห้องเล็กๆ ละครหุ่นของผู้ปกครองกำลังแสดงให้เด็กๆ ดู และมีเด็กวิ่งไปวิ่งมาระหว่างการสนทนา Read more…
แนะนำหนังสือของอาจารย์ บุษบง “การศึกษาวอลดอร์ฟ : ปรัชญา หลักสูตรและการสอน”
ผมไปเห็นหนังสือเกี่ยวกับการศึกษาวอลดอร์ฟ ชื่อ การศึกษาวอลดอร์ฟ : ปรัชญา หลักสูตรและการสอน เขียนโดย อาจารย์ บุษบง ตันติวงศ์ แห่งคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ
ที่จริงพวกเราหลายๆคนคงคุ้นเคย กับชื่ออาจารย์อยู่แล้ว เพราะอาจารย์ได้เคยทำงานวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาวอลดอร์ฟและเนื้อหาในนั้นก็ถูกนำไปเผยแพร่และอ้างอิงอยู่ในหลายแห่ง หลายเว็บไซต์ ผมยังไม่มีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มนี้ จึงไม่แน่ใจว่ามีเนื้อหาเดียวกันกับงานวิจัยชิ้นเดิมหรือไม่ แต่ดูจากสารบัญของหนังสือแล้วก็คิดว่าคงน่าจะมีเนื้อหาเพิ่มเติมจากงานวิจัยเดิม ยังไงลองหาอ่านดูครับ รายละเอียดเพิ่มเติมดูที่ เว็บไซต์ของซีเอ็ดบุ๊ค คลิกที่นี่ครับ
เนื้อหาที่แจ้งไว้มีข้อมูลเบื้องต้นดังนี้ครับ
การศึกษาวอลดอร์ฟ : ปรัชญา หลักสูตรและการสอน
การศึกษาวอลดอร์ฟ คือ การศึกษาเพื่อปลุกตัวตนภายใน
ผู้เขียน บุษบง ตันติวงศ์ ………… Read more…
วิธีการจัดการศึกษาและบทบาทของครูวอลดอร์ฟ [ชุดบทความ90ปีวอลดอร์ฟ]
บทความชุดนี้ผมจัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 90ปีการศึกษาวอลดอร์ฟ โดยรวบรวมและนำมาเรียบเรียงขึ้นใหม่จากบทความในหนังสือและเอกสารต่างๆหลาย ฉบับ โดยได้ระบุแหล่งที่มาไว้ตอนท้ายของบทความ
วิธีการจัดการศึกษาและบทบาทของครู
- การศึกษาวอลดอร์ฟให้การศึกษาแก่เด็กแบบองค์รวม และครอบคลุมกิจกรรมทั้งสามด้าน Hand(Willing) , Head(Thinking) และHeart (Feeling) สร้างความสมดุลย์ระหว่างการฝึกฝนด้านการปฏิบัติ ศิลปะ และวิชาการ
- ครูวอลดอร์ฟจะทำความเข้าใจเด็กหรือผู้เรียน ในฐานะ กาย(Body) , จิต(Soul) และจิตวิญญาณ(Spirit)

- การจัดแผนการเรียนการสอน เป็นไปโดยสอดคล้องกับพัฒนาการของสำนึกตามช่วงอายุ ซึ่งในมุมมองของการศึกษาวอลดอร์ฟนั้น พัฒนาการของสำนึกซึ่งเด็กก้าวผ่านในแต่ละช่วงอายุ จะใกล้เคียงอย่างยิ่งกับขั้นตอนแห่งสภาวะสำนึกของมนุษย์ที่วิวัฒน์จากยุคโบราณมาจนถึงยุคปัจจุบัน โดยเรียกกระบวนการนี้ว่า วิวัฒนาการแห่งสภาวะสำนึก
- ครูมีหน้าที่ทำให้เด็กรักการเรียนรู้ โดยใช้ศิลปะและกิจกรรม เพื่อส่งเสริมการเรียน และช่วยสร้างแรงกระตุ้นภายในตัวเด็กให้รักการเรียน ไม่ใช่เพื่อการแข่งขันหรือคะแนน
- เด็กบางกลุ่มหรือสถานการณ์บางอย่างอาจเรียกร้องวิธีแก้ไขที่แตกต่างกันไป และคณะครูจะทำงานร่วมกันเพื่อพยายามคลี่คลายสถานการณ์เหล่านั้น
เรียบเรียงจาก
ศิลปะการสอนที่มีชีวิต บทความโดย คุณยุทธชัย เฉลิมชัย การศึกษาวอลดอร์ฟ บทความโดย ผศ. ดร.บุษบง ตันติวงศ์ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวเลี้ยวหัวต่อ เด็กก็ไม่ใช่ ผู้ใหญ่ก็ไม่เชิง หนังสือ โดย Betty Stale แปลโดย จันทร์เพ็ญ พันธุ์โอสถ การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยไทย ตามแนวคิดวอลดอร์ฟ รายงานการวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี โดยนายแพทย์พร พันธุ์โอสถ คุณคือครูคนแรกของลูก หนังสือ เขียนโดย Rihima Balawin Dancy แปลโดย สุวรรณา โชคประจักษ์ชัด อุชุคตานนท์ History of Waldorf schools – Wikipedia, the free encyclopedia Waldorf schools and Waldorf education – a growing school movement The Waldorf Movement
การเรียนการสอนในแต่ละช่วงชั้น (ระดับมัธยมปลาย) ของการศึกษาวอลดอร์ฟ [ชุดบทความ90ปีวอลดอร์ฟ]
บทความชุดนี้ผมจัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 90ปีการศึกษาวอลดอร์ฟ โดยรวบรวมและนำมาเรียบเรียงขึ้นใหม่จากบทความในหนังสือและเอกสารต่างๆหลาย ฉบับ โดยได้ระบุแหล่งที่มาไว้ตอนท้ายของบทความ
การเรียนการสอนในแต่ละช่วงชั้น ของการศึกษาวอลดอร์ฟ
มัธยมปลาย ( ตั้งแต่มัธยม3จนถึงมัธยม6 )
- เมื่อพลังแห่งการคิดวิเคราะห์ของวัยแรกรุ่นเริ่มปรากฏ เด็กๆจะได้รับการพัฒนาผ่านวิชาความรู้ต่าง ๆ ที่สอนโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะในสาขาวิชานั้น ๆ
- บทบาทของครูคือผู้ช่วยเหลือนักเรียนให้สามารถพัฒนาพลังความคิดของเขาขึ้นเอง
- หัวใจสำคัญของการเรียนคือ ให้นักเรียนมีประสบการณ์ตรงต่อเหตุการณ์นั้น เช่น การทดลองและการสังเกตจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ
- การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วตามธรรมชาติของเด็กวัยรุ่นจะได้รับการตอบสนองด้วยหลักสูตรการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับ “ คำถาม “ ภายในใจของนักเรียนที่เกิดขึ้นในแต่ละปี

- วิชาเดิมหลายวิชาจะถูกนำมาสอนด้วยวิธีที่แตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง ก่อนหน้านั้นเด็กเรียนรู้ผ่านความรู้สึก ด้วยเรื่องราวโลดโผน ด้วยจินตภาพ แต่ในระดับมัธยมปลายเด็กจะเรียนรู้และเข้าใจวิชาต่าง ๆ โดยผ่านการนำเสนอ การพูดคุยหารือ การใคร่ครวญ และการขบคิด
- วิชาต่าง ๆ ก็คือเนื้อหาสาระของโลก ซึ่งสานทอขึ้นอย่างบูรณาการณ์ อาทิเช่น
- วิทยาศาสตร์ช่วยให้เด็กเรียนรู้ที่จะสังเกตกระบวนการธรรมชาติและกระบวนการกลไก
- ภาษาต่างประเทศช่วยให้เข้าใจวิธีคิดของอีกวัฒนธรรมหนึ่ง และสามารถสื่อสารได้
- คณิตศาสตร์ช่วยให้มีประสบการณ์ในความมหัศจรรย์ของรูปทรง รวมทั้งแบบแผนของตัวเลขและธรรมชาติ
- ศิลปะเปิดโอกาสให้พัฒนาความละเอียดอ่อนภายในต่อกระบวนการที่มีชีวิตขึ้นมา
- หัตถกรรมเอื้อให้เขาเรียนรู้ที่จะนำสุนทรีย์มาสู่โลกแห่งการใช้สอย
- ดนตรีอำนวยให้เขาพัฒนาสำนึกแห่งเสียงที่เป็นของตัวเองขึ้นมา พร้อมทั้งมีประสบการณ์ทางสังคมในการเล่นดนตรีร่วมกัน
- ครูจะคัดเลือกเนื้อหาจากหนังสือบางเล่มที่สัมพันธ์กับนักเรียนในห้องเป็นพิเศษ และมอบหมายงานที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ค้นคว้าวิชานั้นโดยผ่านสื่อต่าง ๆ การประเมินผลจะดูจากธรรมชาติของเด็กแต่ละคนในชั้น
- การจัดตารางเรียนจะให้วิชาที่ต้องใช้ความตื่นตัวสูงสุดอยู่ในช่วงเช้าและเป็นวิชาหลัก ส่วนช่วงที่เหลือของวันจะประกอบด้วยวิชาหลากหลาย เช่น ภาษาต่างประเทศ ทักษะการใช้ภาษา วรรณคดี ขับร้องประสานเสียง ออร์เคสตร้า ศิลปะและงานฝีมือ ยูริธมี่ และพละศึกษา
เรียบเรียงจาก
ศิลปะการสอนที่มีชีวิต บทความโดย คุณยุทธชัย เฉลิมชัย การศึกษาวอลดอร์ฟ บทความโดย ผศ. ดร.บุษบง ตันติวงศ์ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวเลี้ยวหัวต่อ เด็กก็ไม่ใช่ ผู้ใหญ่ก็ไม่เชิง หนังสือ โดย Betty Stale แปลโดย จันทร์เพ็ญ พันธุ์โอสถ การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยไทย ตามแนวคิดวอลดอร์ฟ รายงานการวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี โดยนายแพทย์พร พันธุ์โอสถ คุณคือครูคนแรกของลูก หนังสือ เขียนโดย Rihima Balawin Dancy แปลโดย สุวรรณา โชคประจักษ์ชัด อุชุคตานนท์ History of Waldorf schools – Wikipedia, the free encyclopedia Waldorf schools and Waldorf education – a growing school movement The Waldorf Movement
การเรียนการสอนในแต่ละช่วงชั้น (ระดับประถม) ของการศึกษาวอลดอร์ฟ [ชุดบทความ90ปีวอลดอร์ฟ]
บทความชุดนี้ผมจัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 90ปีการศึกษาวอลดอร์ฟ โดยรวบรวมและนำมาเรียบเรียงขึ้นใหม่จากบทความในหนังสือและเอกสารต่างๆหลาย ฉบับ โดยได้ระบุแหล่งที่มาไว้ตอนท้ายของบทความ
ระดับประถม (ตั้งแต่เกรด1ถึง8 หรือ ประถม1จนถึงมัธยม2)
- เด็กที่เคยผ่านวัยอนุบาลในการศึกษาวอลดอร์ฟมาแล้ว จะเข้าสู่ชั้นประถม โดยมีประสบการณ์ต่อธรรมชาติและมนุษย์ชาติด้วยความรักและเคารพ
- เด็กประถมจะเรียนรู้ ด้วยภาพที่มีชีวิต เนื้อหาสาระได้รับการถ่ายทอดผ่านความรู้สึก และประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสรูปแบบต่าง ๆ และด้วยวิธีการหลากหลาย โดยวิธีนี้ประสบการณ์ต่อโลกของเด็กจึงมีหลากหลายมิติ
- เด็ก ๆ ได้รับการพัฒนาไปตามระดับชั้นต่าง ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เน้นการให้คะแนนตามระดับสิ่งที่รู้ แต่จุดเน้นคือ การให้เด็กได้มีประสบการณ์ต่อความ Read more…
การเรียนการสอนในแต่ละช่วงชั้น (ระดับปฐมวัย) ของการศึกษาวอลดอร์ฟ [ชุดบทความ90ปีวอลดอร์ฟ]
บทความชุดนี้ผมจัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 90ปีการศึกษาวอลดอร์ฟ โดยรวบรวมและนำมาเรียบเรียงขึ้นใหม่จากบทความในหนังสือและเอกสารต่างๆหลาย ฉบับ โดยได้ระบุแหล่งที่มาไว้ตอนท้ายของบทความ
การเรียนการสอนในแต่ละช่วงชั้น ของการศึกษาวอลดอร์ฟ
ระดับปฐมวัย
- เด็กเล็กเรียนรู้ผ่านแบบอย่างและการเลียนแบบเป็นหลัก ให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหว ท่วงทำนอง เทพนิยาย และภาษาพูด
- กิจวัตรประจำวันของเด็กเล็กก่อนวัยเรียนและอนุบาลได้แก่ การเล่นอิสระ การเคลื่อนไหว การนั่งล้อมวงฟังนิทาน และหัตถกรรมหรือกิจกรรมทางศิลปะ (เช่นการระบายสีน้ำ ปั้นขี้ผึ้ง ระบายสีด้วยสีเทียนแท่ง อบขนมปัง และอื่นๆ ) Read more…
โรงเรียนในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้ [ชุดบทความ90ปีวอลดอร์ฟ]
บทความชุดนี้ผมจัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 90ปีการศึกษาวอลดอร์ฟ โดยรวบรวมและนำมาเรียบเรียงขึ้นใหม่จากบทความในหนังสือและเอกสารต่างๆหลาย ฉบับ โดยได้ระบุแหล่งที่มาไว้ตอนท้ายของบทความ
โรงเรียนในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้
- โรงเรียนวอลดอร์ฟเป็นชุมชนทางการศึกษาที่เป็นเอกเทศ มีอิสระในตนเอง โดยผู้ปกครองและครูร่วมกันเป็นผู้จัดการกับทรัพยากรของโรงเรียน พร้อมทั้งกำหนดความสำคัญก่อนหลังของงานโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่มีต่อเด็ก ในปัจจุบันซึ่งเป็นยุคที่เต็มไปด้วยการแตกสลายของครอบครัว ความสับสนทางจริยธรรมในสังคม และความแปลกแยกระหว่างคนแต่ละรุ่น โรงเรียนวอลดอร์ฟจึงกลายเป็นจุดรวมของความร่วมมือร่วมใจ
- โรงเรียนวอลดอร์ฟหลายๆแห่ง คาดหวังให้พ่อแม่มีทัศนคติหรือมีความตั้งใจที่จะเรียนรู้และปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตให้เป็นไปในแนวทางเดียวกับที่โรงเรียนตั้งไว้ เพราะการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ของเด็กที่เข้าเรียนไม่อาจทิ้งให้เป็นภาระของโรงเรียนเพียงฝ่ายเดียวได้ และจะเป็นการเสียเปล่าหากอยู่ที่โรงเรียนแล้วเด็กมีวิถีชีวิตอย่างหนึ่ง และเมื่อกลับบ้านต้องแปรเปลี่ยนเป็นอีกอย่างหนึ่ง
เรียบเรียงจาก
ศิลปะการสอนที่มีชีวิต บทความโดย คุณยุทธชัย เฉลิมชัย การศึกษาวอลดอร์ฟ บทความโดย ผศ. ดร.บุษบง ตันติวงศ์ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวเลี้ยวหัวต่อ เด็กก็ไม่ใช่ ผู้ใหญ่ก็ไม่เชิง หนังสือ โดย Betty Stale แปลโดย จันทร์เพ็ญ พันธุ์โอสถ การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยไทย ตามแนวคิดวอลดอร์ฟ รายงานการวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี โดยนายแพทย์พร พันธุ์โอสถ คุณคือครูคนแรกของลูก หนังสือ เขียนโดย Rihima Balawin Dancy แปลโดย สุวรรณา โชคประจักษ์ชัด อุชุคตานนท์ History of Waldorf schools – Wikipedia, the free encyclopedia Waldorf schools and Waldorf education – a growing school movement The Waldorf Movement




ความเห็นล่าสุดจากผู้อ่าน